กระทรวงการคลังจีนประกาศมาตรการจูงใจเพื่อกระตุ้นการลงทุนและการบริโภค ซึ่งรวมถึงโครงการค้ำประกันเงินกู้วงเงิน 5 แสนล้านหยวน (7.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อส่งเสริมให้บริษัทเอกชนกู้ยืมเงินในการขยายกิจการ
แถลงการณ์ของกระทรวงการคลังซึ่งเผยแพร่ในวันนี้ (20 ม.ค.) ระบุว่า โครงการค้ำประกันสินเชื่อนี้จะมีระยะเวลา 2 ปี โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือบริษัทเอกชนที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ ในการชำระค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เช่น การซื้ออุปกรณ์และวัตถุดิบ รวมถึงการอัปเกรดเทคโนโลยี
นอกจากนี้ กระทรวงการคลังจีนได้ออกแถลงการณ์อีกฉบับหนึ่งระบุว่า รัฐบาลจะให้เงินอุดหนุนในรูปดอกเบี้ยรายปี ในอัตรา 1.5 จุดเปอร์เซ็นต์ เป็นเวลา 2 ปี สำหรับเงินกู้ที่ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) นำไปใช้ในวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ถาวร โดยผู้กู้แต่ละรายสามารถรับเงินอุดหนุนสำหรับวงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 50 ล้านหยวน
การประกาศดังกล่าวมีขึ้นหนึ่งวัน หลังจากข้อมูลอย่างเป็นทางการแสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจจีนในปี 2568 ขยายตัวอย่างไม่สอดคล้องกันในแต่ละภาคส่วน โดยในขณะที่การส่งออกอันแข็งแกร่งช่วยหนุนการผลิตภาคอุตสาหกรรมและผลักดันให้การเติบโตทางเศรษฐกิจบรรลุเป้าหมายของรัฐบาลที่ประมาณ 5% แต่การบริโภคยังคงซบเซา และการลงทุนชะลอตัวลงอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานเมื่อวานนี้ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 4/2568 ของจีน ขยายตัวเพียง 4.5% ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวที่อ่อนแอที่สุดในรอบเกือบ 3 ปี แม้ GDP ตลอดปีจะขยายตัวตามเป้าหมายที่ระดับ 5% ก็ตาม
ขณะที่ยอดค้าปลีกเดือนธ.ค.ปรับตัวขึ้นเพียง 0.9% เมื่อเทียบรายปี โดยชะลอตัวลงจากเดือนพ.ย. ที่เพิ่มขึ้น 1.3% และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะขยายตัว 1.2% ส่วนผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนธ.ค. ปรับตัวขึ้น 5.2% ซึ่งแข็งแกร่งกว่าเดือนพ.ย. ที่ขยายตัว 4.8% และดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 5%
ด้านการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร ซึ่งรวมถึงอสังหาริมทรัพย์ ลดลง 1.13% ในเดือนธ.ค. ส่วนตลอดปี 2568 ลดลง 3.8% ซึ่งแย่กว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะลดลง 3%