ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวสุนทรพจน์ต่อที่ประชุมเวิลด์ อิโคโนมิก ฟอรั่ม (WEF) ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในวันนี้ โดยปธน.ทรัมป์กล่าวยกย่องผลงานรัฐบาลของตน พร้อมกล่าวว่าเขาเชื่อว่าสหรัฐได้เปลี่ยนจากการเป็นเศรษฐกิจที่ตายแล้ว มาเป็น เศรษฐกิจที่ร้อนแรงที่สุดในโลก ภายในเวลาเพียงหนึ่งปี
'วันนี้ หลังจากที่ผมได้ทำงานในทำเนียบขาวครบ 12 เดือน เศรษฐกิจของเรากำลังเฟื่องฟู การเติบโตพุ่งแรง ผลิตภาพเพิ่มสูงขึ้น การลงทุนทะยานขึ้น รายได้เพิ่มขึ้น เงินเฟ้อลดลง สหรัฐกำลังฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วและน่าตื่นตาตื่นใจที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศเรา'
'ภายใต้รัฐบาลไบเดน อเมริกาถูกหลอกหลอนด้วยฝันร้ายของภาวะเศรษฐกิจชะงักงันควบคู่เงินเฟ้อ (stagflation) เป็นสูตรแห่งความทุกข์ ความล้มเหลว และความเสื่อมถอย แต่ขณะนี้ หลังจากการใช้นโยบายของผมเพียงหนึ่งปี เรากำลังเห็นสิ่งที่ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง แทบไม่มีเงินเฟ้อ และเศรษฐกิจเติบโตในระดับที่สูงอย่างยิ่ง'
เมื่อกล่าวถึงตลาดหุ้นวอลล์สตรีท ปธน.ทรัมป์ระบุว่า ตลาดหุ้นสหรัฐทำสถิติสูงสุดใหม่แล้วถึง 52 ครั้ง นับตั้งแต่การเลือกตั้ง
'เราเคยเป็นประเทศที่ตายแล้ว แต่ตอนนี้เราเป็นประเทศที่ร้อนแรงที่สุดในโลก เศรษฐกิจสหรัฐกำลังเติบโตในอัตราสองเท่าของที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์ไว้เมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว และจากการใช้นโยบายการขยายตัวและมาตรการภาษีของผม มันควรจะสูงกว่านั้นอีก'
ปธน.ทรัมป์ยังระบุว่า สหรัฐเป็นเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจของโลก และเมื่ออเมริกาเฟื่องฟู โลกทั้งโลกก็จะเฟื่องฟูตาม ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาแล้วในประวัติศาสตร์
นอกจากนี้ เขายังกล่าวว่า ยุโรปในบางพื้นที่ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม
'บางแห่งในยุโรปพูดตรงๆ ว่าแทบจะจำไม่ได้แล้ว มันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป'
ปธน.ทรัมป์ยังได้แสดงความกังวลต่อทิศทางของยุโรป โดยกล่าวเสริมว่า 'ผมอยากเห็นยุโรปไปได้ดี แต่ตอนนี้มันกำลังมุ่งไปในทิศทางที่ไม่ถูกต้อง' พร้อมชี้ว่าสาเหตุของปัญหาในยุโรปมาจากการให้ความสำคัญกับนโยบายพลังงานสีเขียว และการอพยพขนาดใหญ่