ทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ออกแถลงการณ์ในวันนี้ (27 ม.ค.) ว่า เกาหลีใต้ยังไม่ได้รับแจ้งอย่างเป็นทางการจากสหรัฐฯ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้ประกาศแผนการปรับขึ้นภาษีสินค้านำเข้าบางประเภทของเกาหลีใต้จาก 15% เป็น 25%
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ระบุเพิ่มเติมว่า จะมีการประชุมร่วมระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในช่วงเวลาต่อไปของวันนี้ ขณะที่คิม จอง-กวาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้า อุตสาหกรรม และทรัพยากร ซึ่งอยู่ระหว่างการเยือนแคนาดาอย่างเป็นทางการ มีแผนจะเดินทางต่อไปยังสหรัฐฯ ในเร็ว ๆ นี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวกับโฮเวิร์ด ลุตนิก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐฯ
ปธน.ทรัมป์ประกาศทางแพลตฟอร์มทรูธโซเชียลในวันจันทร์ (26 ม.ค.) ว่า เขาได้ตัดสินใจปรับขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์และสินค้าอื่น ๆ บางรายการจากเกาหลีใต้เป็น 25% จากเดิม 15% พร้อมกับวิพากษ์วิจารณ์สภานิติบัญญัติของเกาหลีใต้ว่ายังไม่ให้การรับรองข้อตกลงการค้าทวิภาคี
นอกเหนือจากรถยนต์แล้ว ปธน.ทรัมป์ยังระบุว่า ไม้แปรรูปและเวชภัณฑ์จากเกาหลีใต้ รวมถึงสินค้านำเข้าประเภทอื่น ๆ ที่ตกเป็นเป้าหมายของการถูกเรียกเก็บ "ภาษีศุลกากรตอบโต้" (Reciprocal Tariff) นั้น จะต้องเผชิญกับอัตราภาษีที่เพิ่มขึ้นด้วย
สำนักข่าวยอนฮับรายงานว่า เอกสารข้อมูลร่วมที่มีการเผยแพร่หลังการประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำเกาหลีใต้และสหรัฐฯ ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองคยองจู เมื่อเดือนต.ค.ปีที่แล้ว ระบุว่า สหรัฐฯ ตกลงที่จะลดภาษีสินค้านำเข้าจากเกาหลีใต้ ซึ่งรวมถึงรถยนต์ เพื่อแลกกับการที่เกาหลีใต้จะเข้าไปลงทุน 3.5 แสนล้านดอลลาร์ในสหรัฐฯ ต่อมาทั้งสองฝ่ายได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงร่วมกันเมื่อวันที่ 14 พ.ย. โดยระบุว่าการลดปรับภาษีจะมีผลย้อนหลังตั้งแต่วันแรกของเดือนที่มีการยื่นร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อรัฐสภาเกาหลีใต้เพื่อดำเนินการตามข้อตกลง
พรรคประชาธิปไตย ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลของเกาหลีใต้ ได้ยื่นร่างกฎหมายพิเศษว่าด้วยการลงทุนในสหรัฐฯ ต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 26 พ.ย. และในเวลาต่อมาสหรัฐฯ ก็ได้ปรับลดภาษีรถยนต์ของเกาหลีใต้ย้อนหลังเหลือ 15% เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.
อย่างไรก็ดี ปธน.ทรัมป์กล่าวในเรื่องนี้ว่า รัฐสภาของเกาหลีใต้ "ไม่ปฏิบัติตาม" ข้อตกลงที่ทั้งสองประเทศได้บรรลุร่วมกันเมื่อเดือนก.ค.ปีที่แล้ว และยังคงไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงดังกล่าวในอีก 3 เดือนต่อมา ระหว่างที่เขาเดินทางเยือนเกาหลีใต้
"ข้อตกลงการค้าของเรามีความสำคัญต่ออเมริกามาก ในแต่ละข้อตกลงเหล่านี้ เราได้ดำเนินการอย่างรวดเร็วเพื่อลดภาษีของเราให้สอดคล้องกับธุรกรรมที่ได้ตกลงกันไว้ แน่นอนว่าเราคาดหวังให้คู่ค้าของเราทำแบบเดียวกัน" ปธน.ทรัมป์โพสต์บนโซเชียลมีเดีย