หุ้นของบริษัทซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ (Samsung Electronics) พุ่งขึ้น 2.4% ในช่วงเช้าวันนี้ (29 ม.ค.) หลังจากบริษัทเปิดเผยกำไรจากการดำเนินการเพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่าในไตรมาส 4/2568 แตะที่ระดับสูงสุดระดับใหม่และสูงกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ เนื่องจากภาวะขาดแคลนชิปหน่วยความจำและความต้องการเซิร์ฟเวอร์ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่แข็งแกร่ง เป็นปัจจัยหนุนรายได้ของบริษัท
ซัมซุงซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของเกาหลีใต้เปิดเผยว่า รายได้ในไตรมาส 4/2568 เพิ่มขึ้นราว 24% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า แตะที่ระดับ 93.8 ล้านล้านวอน (6.558 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดระดับใหม่ และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 93.318 ล้านล้านวอน
ส่วนกำไรจากการดำเนินงานในไตรมาส 4/2568 ทะยานขึ้นกว่า 200% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า แตะที่ระดับ 20.1 ล้านล้านวอน สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 20.018 ล้านล้านวอน
ตัวเลขกำไรดังกล่าวทำลายสถิติเดิมที่ซัมซุงเคยทำไว้ที่ 17.6 ล้านล้านวอนในไตรมาส 3/2561 และสอดคล้องกับที่ซัมซุงเองได้คาดการณ์ไว้ที่ประมาณ 20 ล้านล้านวอน
ซัมซุงระบุในรายงานผลประกอบการล่าสุดว่า ธุรกิจหน่วยความจำเป็นปัจจัยหนุนรายได้และกำไรจากการดำเนินงานพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในไตรมาส 4/2568 โดยได้รับแรงหนุนจากราคาตลาดโดยรวมที่ปรับตัวสูงขึ้น ตลอดจนยอดขายหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง (HBM) และผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มสูงอื่น ๆ
บรรดาผู้ผลิตชิป AI เช่นอินวิเดีย (Nvidia) ต่างต้องการแย่งชิงอุปทาน HBM ที่มีอยู่อย่างจำกัด ท่ามกลางอุปสงค์พุ่งขึ้นแซงหน้าอุปทาน
ทั้งนี้ การที่กลุ่มผู้ผลิตหน่วยความจำให้ความสำคัญกับกำลังการผลิตเพื่อตอบสนองความต้องการที่สร้างกำไรมหาศาลนี้ ส่งผลให้เกิดการขาดแคลนชิปหน่วยความจำในตลาดเป็นวงกว้าง และดันราคาชิปที่ใช้ในคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลและอุปกรณ์พกพาให้ปรับตัวสูงขึ้นด้วย