กระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงของญี่ปุ่นรายงานว่า มูลค่าการส่งออกผลิตภัณฑ์อาหาร การเกษตร ป่าไม้ และประมงในปี 2568 เพิ่มขึ้นเกิน 1.7 ล้านล้านเยน (ราว 1.09 หมื่นล้านดอลลาร์) ทำสถิติสูงสุดใหม่เป็นปีที่ 13 ติดต่อกัน จากกระแสความนิยมอาหารญี่ปุ่น หรือวาโชกุ (Washoku) ที่ขยายตัวทั่วโลก
รัฐบาลญี่ปุ่นระบุว่า กระแสการรักสุขภาพที่ขยายตัว หนุนยอดส่งออกชาเขียวพุ่งขึ้นเป็นสองเท่าจากปีก่อน ขณะที่ยอดส่งออกสินค้าหลัก 20 รายการ อาทิ เนื้อวัวและข้าว ทำสถิติสูงสุดใหม่ ส่งผลให้มูลค่าการส่งออกรวมเพิ่มขึ้น 12.8% เมื่อเทียบรายปี
อย่างไรก็ดี ตัวเลขดังกล่าวยังต่ำกว่าเป้าหมายรัฐบาลที่ตั้งไว้ที่ 2 ล้านล้านเยนในปี 2568 โดยรัฐบาลมองว่าการเดินหน้าพัฒนาตลาดส่งออกอย่างต่อเนื่องยังมีความจำเป็น เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายมูลค่าส่งออก 5 ล้านล้านเยนในปี 2573
เมื่อแบ่งตามประเทศและภูมิภาค สหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกอันดับหนึ่ง มูลค่า 2.762 แสนล้านเยน เพิ่มขึ้น 13.7% จากความต้องการชาเขียวและอาหารทะเลที่ถูกมองว่าเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ แม้มีการปรับขึ้นภาษีนำเข้าตั้งแต่เดือนเม.ย.ปีที่แล้ว
ขณะที่ยอดส่งออกไปยังฮ่องกงตามมาเป็นอันดับสองที่ 2.228 แสนล้านเยน ตามด้วยไต้หวันที่ 1.812 แสนล้านเยน ขณะที่จีนซึ่งกลับมาระงับการนำเข้าอาหารทะเลจากญี่ปุ่นท่ามกลางความตึงเครียดทางการทูต รั้งอันดับสี่ที่ 1.799 แสนล้านเยน
ทั้งนี้ ยอดส่งออกไปจีนเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี ขยายตัว 7.0% โดยมีแรงหนุนหลักจากยอดส่งออกเบียร์และท่อนไม้ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ในด้านปริมาณ ยอดส่งออกข้าวเพิ่มขึ้น 3.2% จากปีก่อน แตะ 46,573 ตัน ขณะที่ยอดส่งออกข้าวหุงสุกบรรจุถุงพุ่งขึ้น 21.8% เป็น 2,950 ตัน ส่วนหนึ่งมาจากการขยายการบริโภคในเครือร้านอาหารญี่ปุ่นในต่างประเทศ
รัฐบาลญี่ปุ่นตั้งเป้าเพิ่มการส่งออกข้าวต่อปี รวมถึงข้าวบรรจุถุงและแป้งข้าว เป็น 353,000 ตันภายในปี 2573