ตลาดหุ้นเอเชียมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นในวันนี้ (16 ก.พ.) หลังสหรัฐฯ เปิดเผยเงินเฟ้อชะลอตัวลงในเดือนม.ค. ซึ่งทำให้นักลงทุนยังคงมีความหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะเดินหน้าปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้
กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ปรับตัวขึ้น 2.4% ในเดือนม.ค. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. 2568 และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 2.5% จากระดับ 2.7% ในเดือนธ.ค.
ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 2.5% ในเดือนม.ค. เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ จากระดับ 2.6% ในเดือนธ.ค.
-- รัฐบาลญี่ปุ่นเปิดเผยในวันนี้ (16 ก.พ.) ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ขยายตัว 0.2% ในไตรมาส 4/2568 เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งฟื้นตัวหลังจากที่หดตัวลง 2.3% ในไตรมาส 3 อย่างไรก็ดี GDP ขยายตัวในอัตราต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะขยายตัว 1.6% เมื่อเทียบรายปี
เมื่อเทียบเป็นรายไตรมาส ตัวเลข GDP ไตรมาส 4 ของญี่ปุ่นขยายตัว 0.1% ซึ่งแม้ว่าจะฟื้นตัวจากไตรมาส 3 ที่หดตัวลง 0.6% แต่ก็ยังต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะขยายตัว 0.4% เมื่อเทียบรายไตรมาส
-- ตลาดการเงินทั่วโลกยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับ "เอไอ ดิสรัปชัน (AI Disruption) หรือภาวะชะงักงันที่เกิดจากปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยนักลงทุนต่างก็วิตกว่า AI อาจก่อให้เกิดการแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี และกังวลว่าเครื่องมือ AI ที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วอาจจะเข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาดซอฟต์แวร์แบบดั้งเดิม ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อกำไรในอุตสาหกรรมนี้
นอกจากนี้ นักลงทุนยังกังวลว่าความก้าวหน้าของ AI อาจลุกลามไปส่งผลกระทบต่อธุรกิจอื่น ๆ โดยล่าสุดหุ้นของบริษัทที่ให้บริการรถบรรทุกและโลจิสติกส์กำลังถูกกดดันอย่างหนัก หลังจากบริษัท อัลกอริทึม โฮลดิงส์ (Algorhythm Holdings) เปิดตัวเครื่องมือ AI รุ่นใหม่ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเพิ่มปริมาณการขนส่งได้มากถึง 300% - 400% โดยไม่ต้องเพิ่มจำนวนพนักงาน และจะช่วยให้ลูกค้าสามารถลดระยะทางวิ่งรถเปล่า (empty freight miles) ได้มากกว่า 70%
การเปิดตัวเครื่องมือ AI รุ่นใหม่ของอัลกอริทึม โฮลดิงส์ ทำให้บริษัทรถบรรทุกกลายเป็นเหยื่อรายล่าสุดของกระแสความวิตกกังวลเกี่ยวกับ AI และทำให้นักลงทุนต่างพากันจับตาธุรกิจแบบดั้งเดิมอย่างใกล้ชิดว่าจะสามารถแข่งขันกับความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของ AI ได้หรือไม่
-- กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของไทย มีแนวโน้มขยายตัวเพียง 1.6% ในปี 2569 ลดลงจากตัวเลขคาดการณ์เดิมที่ระดับ 2.1% อันเนื่องมาจากแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกที่เพิ่มขึ้น และอุปสงค์ภายในประเทศที่ยังอ่อนแอ พร้อมกับคาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อของไทยโดยเฉลี่ยในปีนี้จะอยู่ที่ 0.4% ก่อนจะขยับสูงขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป
IMF ระบุว่า ไทยจำเป็นต้องดำเนินนโยบายผสมผสานอย่างรอบคอบเพื่อพยุงเศรษฐกิจที่กำลังชะลอตัว โดยแนะนำให้ใช้นโยบายการคลังแบบมุ่งเป้า ควบคู่กับการผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติม ขณะเดียวกัน IMF ให้ความเห็นว่า แม้การดำเนินนโยบายการเงินควรขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจเป็นหลัก แต่ไทยยังมีช่องว่างสำหรับการลดดอกเบี้ยเพิ่มเติม เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงยังอยู่ในระดับสูง แม้มีการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายก่อนหน้านี้แล้วก็ตาม
-- สำนักข่าว Axios รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐฯ ว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (เพนตากอน) กำลังพิจารณายุติความสัมพันธ์กับแอนโทรปิก (Anthropic) บริษัทผู้พัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) ชื่อดัง เนื่องจากทางบริษัทยืนกรานที่จะคงมาตรการจำกัดการใช้งานโมเดล AI ของตนในภารกิจบางประการของกองทัพ
รายงานระบุว่า เพนตากอนได้กดดันบริษัท AI ชั้นนำ 4 แห่ง ได้แก่ โอเพนเอไอ (OpenAI), กูเกิล (Google), เอ็กซ์เอไอ (xAI) และแอนโทรปิก เพื่อขอสิทธิ์นำเครื่องมือ AI ไปใช้งานใน "ทุกวัตถุประสงค์ที่ชอบด้วยกฎหมาย" ซึ่งครอบคลุมถึงการพัฒนาอาวุธ การรวบรวมข่าวกรอง และปฏิบัติการในสนามรบ แต่แอนโทรปิกกลับยังไม่ยอมตกลงตามเงื่อนไขดังกล่าว ส่งผลให้เพนตากอนเริ่มหมดความอดทนหลังจากการเจรจายืดเยื้อมานานหลายเดือน
ด้านโฆษกของแอนโทรปิกออกมาชี้แจงว่า ทางบริษัทและรัฐบาลสหรัฐฯ ยังไม่ได้หารือเรื่องการนำโมเดล "Claude" ไปใช้ในปฏิบัติการทางทหารที่เฉพาะเจาะจงแต่อย่างใด โดยการพูดคุยที่ผ่านมาเน้นไปที่ประเด็นเชิงนโยบายและการกำหนดขอบเขตการใช้งานที่ชัดเจน เช่น ข้อห้ามเรื่องอาวุธอัตโนมัติเต็มรูปแบบและการสอดแนมประชาชนในประเทศแบบวงกว้าง ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการในปัจจุบัน
-- หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทมส์ (Financial Times) รายงานว่า บริษัท อูเบอร์ (Uber) เตรียมเดินหน้าขยายธุรกิจจัดส่งอาหารเข้าสู่ 7 ประเทศใหม่ในทวีปยุโรปภายในปีนี้ ท่ามกลางการแข่งขันของบริษัทเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่กำลังทวีความดุเดือดในตลาดฟู้ดเดลิเวอรี่ที่มีมูลค่าหลายพันล้านยูโร
รายงานระบุว่า อูเบอร์ ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีจากสหรัฐฯ มีแผนเปิดให้บริการในกลุ่มประเทศเป้าหมาย ซึ่งรวมถึงสาธารณรัฐเช็ก, กรีซ และโรมาเนีย โดยบริษัทคาดการณ์ว่ากลยุทธ์ดังกล่าวจะช่วยหนุนยอดจองรวม (Gross Bookings) ให้เพิ่มขึ้นได้อีก 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วง 3 ปีข้างหน้า
นอกจากนี้ แผนการขยายตลาดยังครอบคลุมถึงการเจาะตลาดในประเทศออสเตรีย, เดนมาร์ก, ฟินแลนด์ และนอร์เวย์ อีกด้วย
-- มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ และ หวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีนเห็นพ้องที่จะส่งเสริมการพัฒนาความสัมพันธ์ทวิภาคีอย่างมีเสถียรภาพ ขณะที่ทั้งสองประเทศกำลังเตรียมการสำหรับการเยือนกรุงปักกิ่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ในเดือนเม.ย.
สำนักข่าวซินหัวของทางการจีนรายงานว่า หวัง อี้ และรูบิโอเห็นพ้องที่จะเพิ่มการเจรจาและความร่วมมือในหลายด้านหลังการพบปะกันที่เยอรมนีในวันศุกร์ที่ผ่านมา (13 ก.พ.) โดยหวัง อี้ กล่าวว่า "ตราบใดที่เรายึดมั่นในความเสมอภาค การเคารพซึ่งกันและกัน และการตอบแทนซึ่งกันและกัน เราก็สามารถหาทางแก้ไขข้อกังวลของกันและกัน และบริหารจัดการความแตกต่างได้อย่างเหมาะสม"
ทั้งนี้ การพบปะกันโดยตรงครั้งที่สองของรัฐมนตรีต่างประเทศทั้งสองมีขึ้นนอกรอบการประชุมความมั่นคงมิวนิกประจำปี หลังจากที่ทรัมป์และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนได้หารือกันทางโทรศัพท์กันเมื่อต้นเดือนนี้
-- สหรัฐฯ เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับรัฐมนตรีเกี่ยวกับห่วงโซ่อุปทานแร่ธาตุสำคัญร่วมกับญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และประเทศที่มีแนวคิดสอดคล้องกันอื่น ๆ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (13 ก.พ.) ขณะที่สหรัฐฯ เร่งความพยายามลดการพึ่งพาจีนมากเกินไปสำหรับวัตถุดิบที่จำเป็นต่อเทคโนโลยีอุตสาหกรรมสมัยใหม่
ข้อมูลจากสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ระบุว่า ผู้เข้าร่วมได้หารือถึงแนวทางเดินหน้าข้อตกลงที่อาจเกิดขึ้นเกี่ยวกับการค้าแร่ธาตุสำคัญ โดยการหารือครั้งนี้มีผู้แทนจากสหภาพยุโรปและอีก 11 ประเทศเข้าร่วม รวมถึงออสเตรเลีย ฝรั่งเศส เยอรมนี อินเดีย และเม็กซิโก โดยรัฐบาลญี่ปุ่นระบุว่า มีการอภิปรายอย่างเข้มข้นเกี่ยวกับความร่วมมือในการสร้างห่วงโซ่อุปทานแร่ธาตุสำคัญที่มีความยืดหยุ่น