ตลาดหุ้นเอเชียเปิดบวกเช้านี้ (25 ก.พ.) หลังแรงซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีหนุนดัชนีสำคัญในตลาดวอลล์สตรีทฟื้นตัว ซึ่งช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เขย่าตลาดมาหลายสัปดาห์
ตลาดหุ้นญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และออสเตรเลีย เปิดบวก ส่งผลให้ดัชนี MSCI Asia Pacific ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 ขณะที่แรงรีบาวด์ของหุ้นซอฟต์แวร์ที่ก่อนหน้านี้ถูกเทขายอย่างหนัก ผลักดันดัชนี Nasdaq พุ่งขึ้น 1.1% ขณะที่ดัชนีดาวโจนส์และดัชนี S&P500 ปรับตัวขึ้นเช่นกันก่อนการประกาศผลประกอบการสำคัญของบริษัท Nvidia ในวันนี้ นอกจากนี้ ข้อตกลงของ Advanced Micro Devices กับ Meta Platforms ยังช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนด้วย
-- ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เตรียมแถลงนโยบายประจำปี State of the Union ครั้งสำคัญต่อสภาคองเกรส ตามคำเชิญของไมค์ จอห์นสัน ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ
ทั่วโลกจับตาการกล่าวสุนทรพจน์ของปธน.ทรัมป์ในครั้งนี้ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางการใช้มาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ หลังจากที่ศาลฎีกาสหรัฐฯ เพิ่งมีคำวินิจฉัยว่าปธน.ทรัมป์ใช้อำนาจเกินขอบเขตของกฎหมาย International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) ในการเรียกเก็บภาษีตอบโต้ต่อประเทศต่าง ๆ ส่งผลให้เขาเรียกเก็บภาษีทั่วโลกครั้งใหม่ในอัตรา 10% ก่อนที่จะเพิ่มขึ้นเป็น 15% โดยใช้อำนาจตามมาตรา 122 ของกฎหมายการค้าปี 1974
ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์จะกล่าวสุนทรพจน์ในวันอังคาร (24 ก.พ.) เวลา 21.00 น.ตามเวลาสหรัฐฯ หรือตรงกับเช้าวันนี้ (25 ก.พ.) เวลา 09.00 น.ตามเวลาไทย ขณะที่เครือข่ายสถานีโทรทัศน์สหรัฐฯ เช่น CNN, ABC, CBS, NBC และ FOX ถ่ายทอดสดการกล่าวสุนทรพจน์ดังกล่าว
-- ออสแตน กูลส์บี ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สาขาชิคาโก กล่าวว่า เฟดยังไม่ควรปรับลดอัตราดอกเบี้ย จนกว่าจะมีหลักฐานแสดงว่าเงินเฟ้อกำลังปรับตัวลงอย่างชัดเจน
"ผู้กำหนดนโยบายเคยพลาดมาแล้วจากการคิดว่าเงินเฟ้อเป็นปรากฏการณ์เพียงชั่วคราว และไม่ควรทำผิดซ้ำอีก"
"ผมคิดว่าการเร่งลดดอกเบี้ยมากเกินไปในสถานการณ์เช่นนี้ เป็นการดำเนินการที่ไม่รอบคอบ"
"ประชาชนแสดงความกังวลอันดับหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องราคา ซึ่งเราควรให้ความสำคัญ โดยก่อนที่เราจะลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เราควรมั่นใจว่าเงินเฟ้อกำลังกลับสู่ 2% จริง ๆ" กูลส์บีกล่าว และเสริมว่า ดัชนีชี้วัดล่าสุดแสดงว่าเงินเฟ้อได้ปรับตัวลงจากระดับสูงสุดแล้ว แต่ยังคงสูงกว่าเป้าหมาย 2% ของเฟด
-- เคธี โฮคุล ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กเรียกร้องเมื่อวันอังคาร (24 ก.พ.) ให้รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ คืนเงินภาษีนำเข้าจำนวน 1.35 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังจากศาลฎีกาสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยยกเลิกมาตรการภาษีในวงกว้างของทรัมป์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ เมื่อปีที่แล้ว ไม่นานหลังจากกลับเข้าสู่ทำเนียบขาว ทรัมป์ได้ประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้าในอัตราที่แตกต่างกันกับประเทศส่วนใหญ่ทั่วโลก โดยมาตรการดังกล่าวเผชิญกับการฟ้องร้องทางกฎหมายจากภาคธุรกิจและบางรัฐของสหรัฐฯ
-- หนังสือพิมพ์ The Mainichi รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวระบุว่า ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น แสดงความกังวลต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ระหว่างการหารือกับคาซูโอะ อูเอดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
The Mainichi ระบุว่า ทาคาอิจิมีท่าทีแข็งกร้าวมากขึ้น เมื่อเทียบกับการพบกันของทั้งสองก่อนหน้านี้ในเดือนพ.ย. 2568 ซึ่งในการประชุมครั้งนั้น อูเอดะบอกกับทาคาอิจิว่า BOJ กำลังทยอยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อควบคุมเงินเฟ้อให้ไปสู่เป้าหมาย 2% อย่างราบรื่น และเพื่อให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างยั่งยืน
รายงานดังกล่าวเป็นการส่งสัญญาณความขัดแย้งเกี่ยวกับนโยบายการเงินระหว่างรัฐบาลญี่ปุ่นและ BOJ ซึ่งอาจทำให้ตารางเวลาการดำเนินนโยบายของ BOJ มีความซับซ้อนมากขึ้น
-- มาจิด ทัคต์ ราวันชี รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า อิหร่านพร้อมที่จะดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อบรรลุข้อตกลงกับสหรัฐฯ
ในการให้สัมภาษณ์กับสถานีวิทยุ NPR ราวันชีกล่าวว่า อิหร่านพร้อมที่จะบรรลุข้อตกลงโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
ทั้งนี้ การเจรจานิวเคลียร์รอบที่ 3 ระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ มีกำหนดจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีนี้ (26 ก.พ.) ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
-- ดมิทรี เพสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิน กล่าวว่า รัสเซียยังคงมุ่งมั่นที่จะใช้แนวทางการเมืองและการทูตในการแก้ไขความขัดแย้งในยูเครน
"เรายังคงใช้ความพยายามเพื่อสันติภาพ จุดยืนของเราเป็นที่รับรู้และมีความสม่ำเสมอ ขณะนี้ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการกระทำของยูเครน และปฏิบัติการพิเศษทางการทหารของรัสเซียจะดำเนินต่อไปจนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย" เพสคอฟกล่าว
อย่างไรก็ดี เพสคอฟระบุว่า ปฏิบัติการดังกล่าวได้กลายเป็นการเผชิญหน้าระหว่างรัสเซียและชาติตะวันตก หลังจากการมีส่วนร่วมโดยตรงของประเทศในยุโรปตะวันตกและสหรัฐฯ
-- ข้อมูลและเหตุการณ์เศรษฐกิจสำคัญในวันนี้ (25 ก.พ.) มีดังนี้:-
เกาหลีใต้เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจเดือนก.พ.
สิงคโปร์เปิดเผยผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 4/2568 (Final)
ออสเตรเลียเปิดเผยอัตราเงินเฟ้อเดือนม.ค.
เยอรมนีเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมี.ค.จากสถาบัน Gfk และผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 4/2568 (Final)
อียูเปิดเผยอัตราเงินเฟ้อเดือนม.ค.
สหรัฐฯ เปิดเผยสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA)