เกาหลีใต้เตือนสงครามอิหร่านอาจสะเทือนซัพพลายชิปโลก เหตุขาดวัตถุดิบสำคัญผลิตชิป

ข่าวต่างประเทศ Thursday March 5, 2026 14:42 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

สมาชิกสภานิติบัญญัติจากพรรครัฐบาลของเกาหลีใต้เปิดเผยว่า สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านอาจกระทบต่อการจัดหาวัสดุสำคัญที่ใช้ในการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งอาจส่งผลต่ออุตสาหกรรมชิปทั่วโลก ขณะที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางล่วงเข้าสู่วันที่ 6

คิม ยอง-แบ สมาชิกสภานิติบัญญัติของเกาหลีใต้ กล่าวภายหลังการหารือกับผู้บริหารจากบริษัทต่าง ๆ เช่น ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ (Samsung Electronics) และกลุ่มอุตสาหกรรมว่า อุตสาหกรรมชิปของเกาหลีใต้ซึ่งผลิตชิปหน่วยความจำราวสองในสามของโลกกังวลว่า หากความขัดแย้งในอิหร่านยืดเยื้อ อาจทำให้ต้นทุนพลังงานและราคาวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้น

เขากล่าวในการแถลงข่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้หยิบยกความเป็นไปได้ที่การผลิตเซมิคอนดักเตอร์อาจหยุดชะงัก หากไม่สามารถจัดหาวัสดุสำคัญบางชนิดจากตะวันออกกลางได้ โดยบริษัทเกาหลีใต้พึ่งพาวัตถุดิบบางประเภทจากภูมิภาคดังกล่าว เช่น ก๊าซฮีเลียม ที่มีความสำคัญต่อการควบคุมอุณหภูมิในกระบวนการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ และในปัจจุบันยังไม่มีวัสดุอื่นที่สามารถทดแทนได้ โดยก๊าซชนิดนี้ผลิตได้เพียงไม่กี่ประเทศ ซึ่งกาตาร์และสหรัฐฯ ถือเป็นผู้ผลิตรายสำคัญของโลก

คำเตือนดังกล่าวมีขึ้นในช่วงที่ผู้ผลิตชิปทั่วโลกกำลังเผชิญปัญหาคอขวดด้านอุปทานอย่างรุนแรง เนื่องจากความต้องการชิปจากผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ส่งผลให้ปริมาณชิปสำหรับอุตสาหกรรมอื่น ๆ เช่น สมาร์ตโฟน แล็ปท็อป และรถยนต์ตึงตัวตามไปด้วย

ด้านเอสเค ไฮนิกซ์ (SK Hynix) ผู้ผลิตชิปของเกาหลีใต้ ระบุในแถลงการณ์ว่า บริษัทมีสต๊อกฮีเลียมเพียงพอ และคาดว่าจะไม่เกิดการหยุดชะงักในการจัดหาวัตถุดิบดังกล่าว ขณะที่ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็น

ส่วนโกลบอลฟาวน์ดรีส์ (GlobalFoundries) ผู้ผลิตชิปแบบรับจ้างผลิต ระบุในแถลงการณ์ว่า บริษัทกำลังติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด พร้อมติดต่อกับซัพพลายเออร์ ลูกค้า และพันธมิตรในภูมิภาคโดยตรง และได้เตรียมแผนรับมือความเสี่ยงไว้แล้ว

ขณะเดียวกัน อุตสาหกรรมชิปของเกาหลีใต้ยังเตือนว่า วิกฤตดังกล่าวอาจกระทบต่อแผนระยะยาวของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ในการสร้างศูนย์ข้อมูล AI ในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลให้ความต้องการชิปในอนาคตอ่อนแอลง

อะเมซอน (Amazon) เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ (2 มี.ค.) ว่า ศูนย์ข้อมูลบางแห่งของบริษัทในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และบาห์เรนได้รับความเสียหายจากการโจมตีด้วยโดรน ซึ่งก่อให้เกิดคำถามเกี่ยวกับความเร็วในการขยายการลงทุนของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ในภูมิภาคดังกล่าว

ก่อนหน้านี้ บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของสหรัฐฯ เช่น ไมโครซอฟท์ (Microsoft) และอินวิเดีย (NVIDIA) ได้วางตำแหน่งให้สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เป็นศูนย์กลางด้านการประมวลผลปัญญาประดิษฐ์ในภูมิภาค เพื่อรองรับบริการต่าง ๆ เช่น ChatGPT

รายงานยังระบุว่า อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธโจมตีอิสราเอลระลอกใหม่ในช่วงเช้าวันนี้ (5 มี.ค.) เพื่อตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล ซึ่งส่งผลให้อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเสียชีวิตเมื่อวันเสาร์ (28 ก.พ.) ที่ผ่านมา


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ