แหล่งข่าวรัฐบาลญี่ปุ่นเปิดเผยวันนี้ (5 มี.ค.) ว่า กลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ชาติ (G7) และชาติพันธมิตรที่มีแนวคิดสอดคล้องกัน กำลังเดินหน้าเจรจาเพื่อบรรลุข้อตกลงการค้าแร่ธาตุสำคัญ หลังเกิดความวิตกกังวลเรื่องการพึ่งพาจีนมากเกินควร ทั้งในด้านแร่หายากและวัตถุดิบอื่น ๆ ที่จำเป็นต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีสมัยใหม่
ภายใต้กรอบความร่วมมือที่อยู่ระหว่างพิจารณา ประเทศต่าง ๆ ต้องการเสริมความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทานแร่สำคัญ เช่น การปรับลดภาษีศุลกากรระหว่างประเทศสมาชิก และการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษสำหรับการค้าแร่ดังกล่าวโดยเฉพาะ
การเจรจาครั้งนี้มีสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) เป็นแกนนำ โดยรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เร่งประสานงานกับพันธมิตรเพื่อถ่วงดุลอิทธิพลของปักกิ่ง ซึ่งถูกมองว่าใช้ความได้เปรียบในการแปรรูปแร่หายากเป็นเครื่องมือสร้างอำนาจต่อรองทั้งในเชิงเศรษฐกิจและการทูต
นอกจากนี้ จีนยังได้เพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมการส่งออกสินค้าที่ใช้ได้สองทาง (dual-use) ไปยังญี่ปุ่น ซึ่งอาจครอบคลุมถึงแร่หายากด้วย
แหล่งข่าวระบุว่า ประเด็นความร่วมมือด้านการจัดหาแร่สำคัญคาดว่าจะอยู่ในวาระการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์กับนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ของญี่ปุ่น ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 19 มี.ค.
นอกเหนือจากการลดภาษีระหว่างสมาชิกแล้ว กลุ่ม G7 และประเทศที่เกี่ยวข้องยังหารือถึงความเป็นไปได้ในการเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมต่อผลิตภัณฑ์แร่สำคัญที่นำเข้าจากจีน รวมถึงมาตรการอุดหนุนผู้ผลิตแร่ภายในประเทศสมาชิก เช่น การให้เงินอุดหนุนแก่ผู้ผลิต
ปัจจุบัน จีนเป็นผู้ผลิตแร่หายากประมาณ 70% ของโลก ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญสำหรับการผลิตสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูงและอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และยังเป็นผู้แปรรูปวัตถุดิบดังกล่าวประมาณ 90% ของปริมาณทั้งหมด นักวิเคราะห์ชี้ว่าจีนสามารถผลิตแร่หายากในต้นทุนต่ำได้ จากข้อได้เปรียบด้านค่าแรง มาตรฐานแรงงาน และกฎระเบียบสิ่งแวดล้อมที่ผ่อนปรนกว่าชาติอื่น ส่งผลให้ผู้ผลิตชาติอื่น ๆ แข่งขันได้ยากยิ่ง
ทั้งนี้ หากกรอบความร่วมมือทางการค้าดังกล่าวเกิดขึ้นจริง ญี่ปุ่นอาจต้องปรับแก้กฎหมายภายในประเทศเพื่อรองรับการดำเนินการ โดยแหล่งข่าวชี้ว่า แม้จะยังมีอุปสรรคหลายด้าน แต่ความร่วมมือนี้จะสร้างแรงกดดันต่อจีนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนม.ค. ที่ผ่านมา รัฐมนตรีคลังของกลุ่ม G7 พร้อมด้วยออสเตรเลีย อินเดีย เม็กซิโก และเกาหลีใต้ ได้บรรลุฉันทามติที่กรุงวอชิงตันในการลดการพึ่งพาจีนด้านแร่หายาก และในเดือนก.พ. ยังมีการประชุมระดับรัฐมนตรีของ 54 ประเทศและสหภาพยุโรป (EU) เพื่อหารือเสริมความมั่นคงห่วงโซ่อุปทานแร่สำคัญ
ในโอกาสนั้น รองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ ของสหรัฐฯ เรียกร้องให้พันธมิตรและชาติที่มีแนวคิดแบบเดียวกัน ผนึกกำลังจัดตั้งเขตการค้าพิเศษสำหรับแร่สำคัญ เพื่อรับมือความเสี่ยงจากการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานในอนาคต