รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้เริ่มดำเนินการสอบสวนทางการค้าในวันพุธ (11 มี.ค.) เพื่อประเมินว่าประเทศจีน ญี่ปุ่น ไทย และประเทศอื่น ๆ อีกกว่า 10 ประเทศ ใช้แนวทางปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมหรือไม่ โดยการสอบสวนดังกล่าวถือเป็นขั้นตอนในการนำมาตรการภาษีศุลกากรเป็นวงกว้างกลับมาใช้ใหม่ หลังจากมาตรการเดิมถูกศาลฎีกาสั่งให้เป็นโมฆะเมื่อเดือนที่แล้ว
-- ราคาน้ำมันเบรนท์ (BRENT) พุ่งขึ้นกว่า 8.88% แตะที่ระดับ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล ในช่วงเช้าวันนี้ (12 มี.ค.) ขณะที่ราคาน้ำมัน WTI พุ่งขึ้น 8.8% แตะระดับ 95 ดอลลาร์/บาร์เรล เนื่องจากนักลงทุนยังคงไม่มั่นใจว่าการระบายน้ำมันจากคลังสำรองของรัฐบาลในประเทศต่าง ๆ จะสามารถชดเชยภาวะอุปทานชะงักงันครั้งใหญ่ที่เกิดจากสงครามในตะวันออกกลางได้หรือไม่
-- เอบราฮิม โซลฟากอรี โฆษกศูนย์บัญชาการทหารของอิหร่าน กล่าวว่า ทั่วโลกควรเตรียมรับมือกับราคาน้ำมันดิบที่จะพุ่งขึ้นแตะระดับ 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งสูงกว่าระดับปัจจุบันกว่าสองเท่า โดยคำเตือนดังกล่าวมีขึ้นในขณะที่กองกำลังทหารของอิหร่านโจมตีเรือสินค้าในวันพุธที่ผ่านมา (11 มี.ค.)
-- รัฐบาลสหรัฐอเมริกาจะระบายน้ำมันจำนวน 172 ล้านบาร์เรลจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ (SPR) เริ่มต้นในสัปดาห์หน้า โดยมีเป้าหมายเพื่อฉุดราคาพลังงานให้ต่ำลง หลังจากราคาพุ่งขึ้นเนื่องจากสงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ และอิสราเอล
-- จีนได้สั่งให้โรงกลั่นน้ำมันระงับการส่งออกเชื้อเพลิงสำเร็จรูปในเดือนมี.ค. ทันที เพื่อรักษาเสถียรภาพของอุปทานพลังงานภายในประเทศ ท่ามกลางความเสี่ยงด้านการขาดแคลนที่เชื่อมโยงกับความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
-- เจ้าหน้าที่ในรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประเมินว่า สงครามกับอิหร่านในช่วง 6 วันแรกได้สร้างภาระค่าใช้จ่ายให้แก่สหรัฐฯ อย่างน้อย 1.13 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และทำเนียบขาวอาจยื่นคำร้องต่อสภาคองเกรสในเร็ว ๆ นี้ เพื่อขออนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมสำหรับการทำสงคราม
-- ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ผู้นำอิหร่าน กล่าวในวันพุธ (11 มี.ค.) ว่า ทางเดียวที่จะยุติสงครามกับสหรัฐฯ และอิสราเอลได้คือ การยอมรับสิทธิอันชอบธรรมของอิหร่าน การชดใช้ค่าเสียหาย และการมีหลักประกันระหว่างประเทศเพื่อป้องกันการรุกรานในอนาคต
-- การสอบสวนภายในของกองทัพสหรัฐอเมริกาที่ยังดำเนินอยู่บ่งชี้ว่า เหตุโจมตีโรงเรียนประถมหญิงล้วนในเมืองมินาบของอิหร่าน ซึ่งคร่าชีวิตเด็กจำนวนมาก อาจเป็นผลมาจากการที่สหรัฐฯ ใช้ข้อมูลชี้พิกัดเป้าหมายที่ล้าสมัย และกองกำลังสหรัฐฯ น่าจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อเหตุการณ์ดังกล่าว
-- สำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) ของทางการเกาหลีเหนือ รายงานว่า คิม จองอึน ผู้นำสูงสุด ได้เดินทางไปเยี่ยมชมโรงงานผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์เมื่อวันพุธ (11 มี.ค.) พร้อมเผยแพร่ภาพถ่ายขณะที่เขากำลังเดินชมโรงงานพร้อมกับลูกสาววัยรุ่น และทั้งคู่ได้ร่วมกันทดสอบยิงปืนพก
-- กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หรือเพนตากอน ระบุว่า การใช้เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของบริษัทแอนโทรปิก (Anthropic) อาจยังคงดำเนินต่อไปได้ แม้จะพ้นช่วงเวลายุติการใช้งานภายใน 6 เดือนที่เคยประกาศไว้ก่อนหน้านี้ หากพิจารณาแล้วว่ามีความจำเป็นต่อภารกิจด้านความมั่นคงแห่งชาติ