หนังสือพิมพ์ The Wall Street Journal (WSJ) รายงานว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เตรียมได้รับค่าธรรมเนียมราว 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ จากกลุ่มนักลงทุนที่เข้าควบคุมการดำเนินงานของติ๊กต๊อก (TikTok) ในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงที่ทำให้แพลตฟอร์มดังกล่าวสามารถดำเนินธุรกิจในประเทศต่อไปได้
ค่าธรรมเนียมดังกล่าว ซึ่งทรัมป์เคยเรียกว่า "fee-plus" จะกลายเป็นรายได้ก้อนใหญ่ของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เพื่อแลกกับบทบาทของรัฐบาลในการอำนวยความสะดวกให้เกิดข้อตกลงครั้งนี้
แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับเรื่องดังกล่าวเปิดเผยว่า กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้รับเงินงวดแรกจำนวน 2.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐแล้ว เมื่อข้อตกลงเสร็จสิ้นในเดือนม.ค.ที่ผ่านมา และเงินส่วนที่เหลือจะทยอยชำระเป็นงวด ๆ จนครบ 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
เงินจำนวนดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มนักลงทุนที่มีความใกล้ชิดกับรัฐบาล ซึ่งประกอบด้วย ออราเคิล คอร์ปอเรชัน (Oracle Corporation) บริษัทไพรเวทอิควิตี ซิลเวอร์ เลก (Silver Lake) และบริษัทลงทุน เอ็มจีเอ็กซ์ (MGX) จากอาบูดาบี
อย่างไรก็ตาม ค่าธรรมเนียมดังกล่าวแยกต่างหากจากเงินลงทุนที่ใช้จัดตั้งบริษัทใหม่ของติ๊กต๊อกในสหรัฐฯ ซึ่ง เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประเมินมูลค่าไว้ที่ประมาณ 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่นักวิเคราะห์ด้านเทคโนโลยีบางส่วนมองว่า มูลค่าดังกล่าวอาจต่ำกว่าศักยภาพที่แท้จริงของแพลตฟอร์ม
ภายหลังมีรายงานเรื่องข้อตกลงดังกล่าว หุ้นของออราเคิล ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกหลักของกลุ่มนักลงทุน ปิดตลาดวันศุกร์ (13 มี.ค.) ร่วงลง 2.88%