-- ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เปิดทำเนียบขาวต้อนรับการมาเยือนของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ผู้นำญี่ปุ่นเมื่อวันพฤหัสบดี (19 มี.ค.) โดยปธน.ทรัมป์ได้แสดงความคาดหวังให้ญี่ปุ่นก้าวเข้ามารับบทบาทมากขึ้นในการคลี่คลายวิกฤตในช่องแคบฮอร์มุซ แต่กลับสร้างบรรยากาศอึดอัดชั่วขณะ เมื่อเขาเปรียบเทียบการเปิดฉากจู่โจมอิหร่านแบบสายฟ้าแลบของสหรัฐฯ ว่าเหมือนกับเหตุการณ์โจมตี "เพิร์ลฮาร์เบอร์"
-- นายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ผู้นำญี่ปุ่นกล่าวในวันพฤหัสบดี (19 มี.ค.) ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เป็นเพียงผู้เดียวที่สามารถ "นำพาสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ทั่วทั้งโลก" และแสดงความพร้อมที่จะสนับสนุนความพยายามดังกล่าวด้วยการประสานงานกับประเทศต่าง ๆ ในขณะที่สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านกำลังทวีความรุนแรงขึ้น
-- ญี่ปุ่นและสหรัฐฯ ประกาศโครงการธุรกิจใหม่ 3 โครงการ มูลค่ารวม 7.3 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยไฮไลต์สำคัญคือการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) การประกาศดังกล่าวมีขึ้นภายหลังการหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ของญี่ปุ่น กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ณ กรุงวอชิงตัน เมื่อวานนี้ (19 มี.ค.)
-- สถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลอิหร่านรายงานในวันนี้ (20 มี.ค.) ว่า อาลี โมฮัมหมัด นาอินี โฆษกและรองหัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) ถูกสังหารในการโจมตีโดยฝีมือของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล นับเป็นการสูญเสียบุคคลสำคัญอีกรายท่ามกลางความขัดแย้งที่ยังคงดำเนินอยู่
-- เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเมื่อวันพฤหัสบดี (19 มี.ค.) ว่า ปฏิบัติการทางทหารร่วมระหว่างสหรัฐฯ กับอิสราเอลบรรลุเป้าหมายหลัก 2 ประการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นั่นคือการทำลายขีดความสามารถของอิหร่านในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมและการผลิตขีปนาวุธ ส่วนเป้าหมายสุดท้ายคือการโค่นล้มระบอบการปกครองนั้น ถือเป็นภารกิจของประชาชนชาวอิหร่านเอง
-- หลิน เจี้ยน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดี (19 มี.ค.) ว่า การสังหารคณะผู้นำอิหร่านและการโจมตีเป้าหมายพลเรือนเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้โดยเด็ดขาด โดยจีนคัดค้านการใช้กำลังในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมาตลอด
-- สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เปิดเผยว่า สหรัฐฯ อาจยกเลิกการคว่ำบาตรน้ำมันของอิหร่านที่ตกค้างอยู่บนเรือบรรทุกน้ำมันในทะเล ในเร็ว ๆ นี้ ในขณะที่รัฐบาลพยายามควบคุมราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นจากการที่อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ
-- กลุ่มผู้ซื้อในเอเชียพากันกว้านซื้อน้ำมันดิบจากสหรัฐฯ ในปริมาณสูงสุดในรอบ 3 ปี เนื่องจากวิกฤตการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซส่งผลให้ประเทศต่าง ๆ ต้องแสวงหาแหล่งพลังงานอื่นเพื่อทดแทนน้ำมันดิบจากอ่าวเปอร์เซีย
-- เจนเซน หวง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของอินวิเดีย (Nvidia) กล่าวเตือนผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยีให้ระมัดระวังไม่สร้างความหวาดกลัวเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) หลังถูกถามถึงกรณีข้อพิพาทด้านสัญญาระหว่างแอนโทรปิก (Anthropic) กับกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ
-- รัฐบาลอินโดนีเซียเตรียมใช้นโยบายการทำงานแบบยืดหยุ่น โดยกำหนดให้ทำงานจากบ้าน (Work From Home) หนึ่งวันต่อสัปดาห์ ในขณะที่ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
-- รัฐบาลลาวมีคำสั่งให้โรงเรียนทั่วประเทศลดจำนวนวันเรียนจาก 5 วัน เหลือ 3 วันต่อสัปดาห์ มีผลบังคับใช้ทันที โดยถือเป็นมาตรการฉุกเฉินเพื่อบรรเทาภาระค่าเดินทางของครอบครัว ท่ามกลางความผันผวนของราคาน้ำมัน พร้อมส่งสัญญาณว่าอาจมีมาตรการฉุกเฉินเพิ่มเติมหากสถานการณ์แย่ลง
-- เน็ตฟลิกซ์ (Netflix) แพลตฟอร์มสตรีมมิงยักษ์ใหญ่ เตรียมสร้างปรากฏการณ์ถ่ายทอดสดครั้งใหญ่ที่สุดของปี ด้วยการสตรีมมิงคอนเสิร์ตคัมแบ็กของซูเปอร์บอยแบนด์ "บีทีเอส" (BTS) ส่งตรงจากจัตุรัสควางฮวามุนในกรุงโซลไปยัง 190 ประเทศทั่วโลก ถือเป็นการถ่ายทอดสดคอนเสิร์ตระดับโกลบอลครั้งแรกของบริษัท ซึ่งผู้บริหารมองว่าโปรเจกต์นี้จะช่วยเบิกทางสู่การจัดอีเวนต์สดในเกาหลีใต้เพิ่มมากขึ้นในอนาคต