ฟิลิปปินส์กลายเป็นประเทศที่ 13 ที่เข้าร่วมโครงการ Pax Silica ซึ่งเป็นโครงการที่นำโดยสหรัฐฯ และมีเป้าหมายเพื่อปกป้องห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีทั้งหมด ตั้งแต่แร่ธาตุสำคัญ การผลิตขั้นสูง ระบบคอมพิวติง ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล โดยประเทศอื่น ๆ ที่เข้าร่วมก่อนหน้านี้มีทั้งออสเตรเลีย ฟินแลนด์ อินเดีย กาตาร์ เกาหลีใต้ และสิงคโปร์ เป็นต้น
ภายหลังการเข้าร่วมโครงการดังกล่าว กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เปิดเผยว่า สหรัฐฯ และฟิลิปปินส์มีแผนร่วมกันพัฒนาศูนย์อุตสาหกรรมขนาด 4,000 เอเคอร์ เพื่อเสริมความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเซมิคอนดักเตอร์
ศูนย์อุตสาหกรรมแห่งใหม่จะตั้งอยู่ในเขตระเบียงเศรษฐกิจลูซอน (Luzon Economic Corridor) ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุมกรุงมะนิลา เมืองหลวงของฟิลิปปินส์ รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียงที่มีฐานอุตสาหกรรมและการผลิตตั้งอยู่
นอกจากนี้ สหรัฐฯ ฟิลิปปินส์ รวมถึงญี่ปุ่น ยังให้คำมั่นที่จะเร่งเพิ่มการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ดังกล่าว ภายใต้กรอบความร่วมมือไตรภาคี เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจในระยะยาว
โครงการนี้ถือเป็นหนึ่งในเสาหลักสำคัญของยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ซึ่งมีเป้าหมายลดการพึ่งพาประเทศคู่แข่ง และเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศพันธมิตร
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า ศูนย์อุตสาหกรรมดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อใช้เป็นฐานสำหรับแพลตฟอร์มการผลิตที่ออกแบบเฉพาะสำหรับกลุ่มประเทศพันธมิตร พร้อมทั้งมุ่งเสริมความแข็งแกร่งให้กับห่วงโซ่อุปทานร่วมกันในด้านแร่ธาตุสำคัญ เซมิคอนดักเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ และสินค้าอื่น ๆ
ในช่วงที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ระหว่างฟิลิปปินส์กับสหรัฐฯ มีความใกล้ชิดมากขึ้น ภายใต้การนำของ เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ซึ่งได้ปรับท่าทีให้ใกล้ชิดกับสหรัฐฯ โดยฟิลิปปินส์ซึ่งเคยเป็นอาณานิคมของสหรัฐฯ ยังมีบทบาทสำคัญต่อความพยายามของสหรัฐฯ ในการถ่วงดุลอิทธิพลของจีนในทะเลจีนใต้