จีนพร้อมรับมือผลกระทบสงครามอิหร่าน-สร้างความมั่นคงด้านพลังงานสู้ภาวะวิกฤต

ข่าวต่างประเทศ Tuesday April 28, 2026 14:54 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

คณะกรรมการถาวรประจำกรมการเมือง (โปลิตบูโร) ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนได้จัดการประชุมเศรษฐกิจในวันนี้ (28 เม.ย.) โดยคณะผู้นำของจีนให้คำมั่นว่าจะรับมือกับปัจจัยกระทบจากภายนอกและเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน พร้อมกับเน้นย้ำว่า เศรษฐกิจจีนในช่วงต้นปีนี้มีการเติบโตที่ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ แม้สงครามอิหร่านได้ส่งผลให้เกิดวิกฤตน้ำมันทั่วโลก

โปลิตบูโรซึ่งเป็นองค์กรที่มีอำนาจในการตัดสินใจของพรรคคอมมิวนิสต์ภายใต้การนำของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ระบุว่า จีนจะยกระดับความมั่นคงด้านพลังงานและทรัพยากร รวมถึงรับมือกับความไม่แน่นอนต่าง ๆ ด้วยความแน่นอนของการพัฒนาที่มีคุณภาพสูง ขณะเดียวกันที่ประชุมได้เรียกร้องให้มีการดำเนินนโยบายการคลังและการเงินที่เจาะจงเป้าหมายและมีประสิทธิภาพ พร้อมให้คำมั่นที่จะดึงศักยภาพของอุปสงค์ภายในประเทศออกมาใช้อย่างเต็มที่ผ่านการขยายอุปทานของสินค้าและบริการที่มีคุณภาพสูง

สำหรับการประชุมโปลิตบูโรในประเด็นเศรษฐกิจวันนี้ซึ่งถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามในอิหร่านปะทุขึ้นนั้น ส่วนใหญ่เป็นการยืนยันความมุ่งมั่นด้านนโยบายที่มีอยู่เดิม รวมถึงการให้คำมั่นสัญญาว่าจะรักษาสภาพคล่องให้เพียงพอและรักษาค่าเงินหยวนให้มีเสถียรภาพตามปัจจัยพื้นฐาน นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการส่งเสริมการพึ่งพาตนเองด้านเทคโนโลยี และสร้างห่วงโซ่อุปทานที่เป็นอิสระและสามารถควบคุมได้

สำนักข่าวซินหัวของทางการจีนรายงานว่า เศรษฐกิจจีนเริ่มต้นปี 2569 ได้อย่างแข็งแกร่ง โดยดัชนีชี้วัดหลักต่าง ๆ สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นและแรงขับเคลื่อนอันแข็งแกร่งของเศรษฐกิจ โดยนับจนถึงขณะนี้ จีนได้รับผลกระทบในวงจำกัดจากสงครามอิหร่านซึ่งก่อให้เกิดวิกฤตพลังงานทั่วโลก

ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของจีนในไตรมาส 1/2569 ขยายตัว 5% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งแข็งแกร่งกว่าไตรมาส 4/2568 ที่ขยายตัว 4.5% เนื่องจากความพยายามอันยาวนานหลายปีของรัฐบาลจีนในการเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานมีส่วนช่วยให้เศรษฐกิจจีนรอดพ้นจากภาวะชะงักงันที่รุนแรงในช่วงเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม การปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซที่ยืดเยื้อยังคงเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อเศรษฐกิจจีนซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก โดยนอกเหนือจากภาวะอุปทานตึงตัวแล้ว ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงอาจกดดันการบริโภคทั่วโลกและส่งผลกระทบต่อการส่งออกของจีนซึ่งเป็นกลไกขับเคลื่อนการเติบโตที่สำคัญในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ