ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ปิดทำการในวันนี้ (5 พ.ค.) เนื่องในวันหยุดประจำชาติ โดยตลาดหุ้นจีนปิดทำการเนื่องในวันแรงงาน ส่วนตลาดหุ้นญี่ปุ่น และตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปิดทำการเนื่องในวันอธิปไตยแห่งชาติและวันเด็ก
-- สำนักข่าว Oman News Agency รายงานเมื่อวันจันทร์ (4 พ.ค.) โดยอ้างแหล่งข่าวด้านความมั่นคงว่า มีชาวต่างชาติ 2 คนได้รับบาดเจ็บ หลังอาคารที่พักอาศัยแห่งหนึ่งในเขตบูคา (Wilayat of Bukha) ของประเทศโอมาน ถูกโจมตี
รายงานระบุว่า อาคารดังกล่าวตั้งอยู่ในพื้นที่ทีบัต (Tibat) และเป็นที่พักของพนักงานบริษัท โดยได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ดังกล่าว
นอกจากนี้ Oman News Agency ยังระบุว่า มีรถยนต์ 4 คันได้รับความเสียหาย และกระจกของบ้านเรือนใกล้เคียงแตกจากแรงระเบิด ขณะเดียวกัน ทางการได้เริ่มการสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยืนยันว่าจะดำเนินมาตรการเพื่อรับประกันความปลอดภัยของประชาชนและผู้พำนักอาศัยในประเทศ
-- อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านกล่าวในวันนี้ (5 พ.ค.) ว่า เหตุการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า วิกฤตทางการเมืองไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยวิธีทางทหาร
อารักชีระบุในโพสต์บน X ว่า ขณะที่การเจรจากำลังมีความคืบหน้าจากความพยายามของปากีสถาน
สหรัฐฯ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ควรระมัดระวังไม่ให้ถูกฝ่ายที่ไม่หวังดีลากกลับเข้าไปสู่สถานการณ์ที่ยากจะถอนตัว
-- สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ระบุเมื่อวันจันทร์ (4 พ.ค.) ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ จะเรียกร้องให้ สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ดำเนินการมากขึ้นเพื่อกดดันอิหร่านให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ระหว่างการพบกันของผู้นำทั้งสองในสัปดาห์หน้า ณ กรุงปักกิ่ง ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ปะทุขึ้นอีกครั้ง
รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับ Fox News ว่า ทรัมป์และสี จิ้นผิง ได้หารือกันเกี่ยวกับสถานการณ์สงครามอิหร่านผ่านการโทรศัพท์และการติดต่อสื่อสารก่อนหน้านี้ แต่ไม่ได้เปิดเผยว่าการหารือดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อใด หรือมีรายละเอียดเพิ่มเติมใด ๆ
เบสเซนต์กล่าวว่า "เรามาดูกันว่าจีนจะยกระดับบทบาททางการทูต และช่วยกดดันให้อิหร่านเปิดช่องแคบนี้หรือไม่" พร้อมระบุว่า
"จีนกำลังซื้อพลังงานจากอิหร่านถึง 90% ของการส่งออกทั้งหมด ซึ่งเท่ากับว่ากำลังให้เงินสนับสนุนประเทศที่เป็นผู้สนับสนุนการก่อการร้ายรายใหญ่ที่สุดของโลก"
-- สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ออกแถลงการณ์ในวันจันทร์ (4 พ.ค.) ประณามอย่างรุนแรงต่อสิ่งที่ระบุว่าเป็นการโจมตีครั้งใหม่ของอิหร่านด้วยขีปนาวุธและโดรน
แถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศ UAE ระบุว่า การโจมตีดังกล่าวมุ่งเป้าไปยังพื้นที่พลเรือน และถือเป็นการยกระดับความรุนแรงที่อันตราย รวมถึงเป็นการกระทำที่ยอมรับไม่ได้ ซึ่งเป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อความมั่นคง เสถียรภาพ และบูรณภาพแห่งดินแดนของประเทศ
แถลงการณ์ระบุด้วยว่า UAE มีสิทธิ์อย่างเต็มที่และชอบธรรมในการตอบโต้ต่อการโจมตีดังกล่าว
-- กองทัพอิสราเอลยกระดับการเตือนภัยในวันจันทร์ (4 พ.ค.) หลังสถานการณ์ความตึงเครียดในอ่าวเปอร์เซียทวีความรุนแรงขึ้น ตามรายงานของสถานีโทรทัศน์ Kan ของทางการอิสราเอล
อย่างไรก็ตาม แนวทางด้านความปลอดภัยสำหรับพลเรือนยังคงไม่เปลี่ยนแปลง
การดำเนินการดังกล่าวมีขึ้น หลังจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ระบุว่า อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธ 4 ลูกโจมตี และมีโดรนโจมตีโรงงานน้ำมัน
-- กระทรวงการต่างประเทศของเกาหลีใต้เปิดเผยว่า เกิดเหตุระเบิดและเพลิงไหม้บนเรือที่ดำเนินการโดยบริษัทเกาหลีใต้ลำหนึ่ง ซึ่งจอดอยู่ภายในช่องแคบฮอร์มุซในวันจันทร์ (4 พ.ค.)
เรือลำดังกล่าวชื่อ HMM NAMU ซึ่งชักธงปานามา มีลูกเรือชาวเกาหลีใต้ 6 คน และลูกเรือต่างชาติอีก 18 คน โดยจนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต
ทั้งนี้ สาเหตุของการระเบิดและเพลิงไหม้ รวมถึงขอบเขตความเสียหายที่เกิดขึ้น ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน
-- เบิร์กเชียร์ แฮธาเวย์ (Berkshire Hathaway) บริษัทโฮลดิ้งยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ ส่งสัญญาณให้นักลงทุนเพิ่มความระมัดระวัง หลังเปิดเผยว่า บริษัทถือครองเงินสดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ระดับ 3.97 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ
เกร็ก อาเบล เปิดเผยในการประชุมผู้ถือหุ้นประจำปีครั้งแรกของเขาในฐานะซีอีโอเมื่อวันเสาร์ (2 พ.ค.) ว่า เบิร์กเชียร์ถือเงินสดจำนวนมากดังกล่าว ซึ่งส่วนใหญ่ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ
อาเบลระบุว่า แม้ยังมีบริษัทที่มีศักยภาพน่าสนใจในตลาด แต่ระดับราคาหุ้นเมื่อเทียบกับโอกาส ศักยภาพทางเศรษฐกิจ และความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง ทำให้บริษัทไม่ต้องการเข้าซื้อกิจการในราคาปัจจุบัน
-- ข้อมูลและเหตุการณ์เศรษฐกิจสำคัญในวันนี้ (5 พ.ค.)
ออสเตรเลียเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายเดือนเม.ย.จาก S&P Global, การใช้จ่ายภาคครัวเรือนเดือนมี.ค. และธนาคารกลางออสเตรเลียประชุมนโยบายการเงินและประกาศอัตราดอกเบี้ย
อินโดนีเซียเปิดเผยผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 1/2569
สหรัฐฯ เปิดเผยดุลการค้าเดือนมี.ค., ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายเดือนเม.ย.จาก S&P Global, ดัชนีภาคบริการเดือนเม.ย.จากสถาบันจัดการด้านอุปทาน (ISM), ตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) เดือนมี.ค. และยอดขายบ้านใหม่เดือนก.พ.และมี.ค.