แอนโทนี อัลบาเนซี นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย เปิดเผยในวันนี้ (6 พ.ค.) ว่า ออสเตรเลียจะใช้จ่ายงบประมาณจำนวน 1 หมื่นล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (7.22 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อเพิ่มสต็อกน้ำมันเชื้อเพลิงของประเทศ และจัดตั้งคลังสำรองเชื้อเพลิงแบบถาวรโดยมีรัฐบาลเป็นเจ้าของ
อัลบาเนซีกล่าวว่า การเพิ่มสต็อกและจัดตั้งคลังสำรองเชื้อเพลิงประมาณ 1 พันล้านลิตร (264 ล้านแกลลอน) จะช่วยสร้างความมั่นใจได้ว่าออสเตรเลียจะมีน้ำมันสำรองภายในประเทศอย่างน้อย 50 วัน เพื่อปกป้องประเทศจากภาวะชะงักงันด้านอุปทานในอนาคต
ทั้งนี้ ออสเตรเลียนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงประมาณ 80% ของความต้องการโดยรวม และประสบปัญหาขาดแคลนในบางพื้นที่นับตั้งแต่เริ่มเกิดความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยคลังน้ำมันสำรองในปัจจุบัน ซึ่งถูกกำหนดสำหรับการใช้งานประมาณ 30 วันนั้น ต้องพึ่งพาสต็อกที่ดำเนินการโดยบริษัทเอกชน
อัลบาเนซีกล่าวในระหว่างการแถลงข่าวว่า งบประมาณของรัฐบาลกลางที่จะแถลงในสัปดาห์หน้านั้น จะครอบคลุมถึงมาตรการความมั่นคงและความยืดหยุ่นด้านน้ำมันเชื้อเพลิงของออสเตรเลีย โดยมาตรการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้แน่ใจว่าชาวออสเตรเลียจะมีความมั่นใจมากขึ้นว่ารัฐบาลจะสามารถปกป้องอธิปไตยด้านพลังงานของประเทศ ไม่ใช่แค่ในช่วงวิกฤตนี้เท่านั้น แต่รวมถึงในอนาคตด้วย เพื่อปกป้องผลประโยชน์ด้านพลังงานของออสเตรเลีย
สำหรับมาตรการมูลค่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์ออสเตรเลียนี้ ครอบคลุมถึงเงินทุนจำนวน 3.2 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลียสำหรับคลังน้ำมันสำรอง เพื่อเพิ่มการจัดหาและการจัดเก็บน้ำมันดีเซลและน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินในระยะยาว
ด้านสมาคมผู้ขับขี่ยานยนต์และผู้ใช้ถนนแห่งชาติ (NRMA) ได้ออกมาขานรับมาตรการดังกล่าว โดยปีเตอร์ คูรี โฆษกของ NRMA กล่าวว่า มาตรการเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลออสเตรเลียจะเข้ามามีส่วนร่วมโดยตรงในการจัดเก็บเชื้อเพลิง และเนื่องจากประเด็นนี้มีความสำคัญต่อความมั่นคงของชาติ การดำเนินการนี้จึงเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล