หุ้นของสายการบินสิงคโปร์ แอร์ไลน์ส (Singapore Airlines) พุ่งขึ้นเกือบ 2.6% ในช่วงเช้าวันนี้ (15 พ.ค.) ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นระหว่างวันที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบ 5 สัปดาห์ หลังเปิดเผยผลประกอบการรายปีที่สูงกว่าคาด แม้ทางสายการบินได้เตือนถึงความเสี่ยงที่เกิดจากสงครามอิหร่าน
สิงคโปร์ แอร์ไลน์ส เปิดเผยในวันพฤหัสบดี (14 พ.ค.) ว่า กำไรสุทธิในปีงบการเงินที่สิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา ลดลง 57% เมื่อเทียบรายปี สู่ระดับ 1.18 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (927 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) แต่ตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 1.08 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ แม้เผชิญกับผลกระทบจากการตั้งสำรองการด้อยค่าของสินทรัพย์จำนวน 945.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่เกี่ยวข้องกับการถือหุ้นในแอร์ อินเดีย (Air India)
นอกจากนี้ กำไรจากการดำเนินงานของสิงคโปร์ แอร์ไลน์ส เพิ่มขึ้นแตะระดับ 2.37 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ และเป็นการตอกย้ำถึงความต้องการเดินทางที่แข็งแกร่ง แม้ในช่วงเวลาที่สายการบินทั่วโลกเผชิญกับภาวะช็อกของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบิน อันเนื่องมาจากสงครามอิหร่าน
ส่วนรายได้ในปีงบการเงินดังกล่าวเพิ่มขึ้นแตะระดับ 2.05 หมื่นล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ซึ่งสูงกว่าคาดการณ์เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม แม้สิงคโปร์ แอร์ไลน์ส จะได้ประโยชน์จากจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากนักเดินทางเปลี่ยนเส้นทางบินเพื่อหลีกเลี่ยงพื้นที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แต่ทางสายการบินเตือนว่าผลกระทบเป็นวงกว้างจากสงครามอิหร่านอาจทำให้กำไรลดลงในไม่ช้า โดยระบุว่าสงครามอาจทำให้เกิดผลกระทบในวงกว้างต่อห่วงโซ่อุปทานและภาวะเศรษฐกิจมหภาค ซึ่งจะส่งผลกระทบต่ออุปสงค์ด้วย นอกจากนี้ การดำเนินงานของอุตสาหกรรมการบินมีความเสี่ยงที่จะหยุดชะงักจากปัญหาขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบิน