ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เปิดเผยในวันนี้ (15 พ.ค.) ว่า เขาและประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ได้บรรลุ "ข้อตกลงทางการค้าที่ยอดเยี่ยม" บางประการร่วมกัน โดยไม่ได้ลงรายละเอียดเพิ่มเติม ขณะที่มีกระแสคาดการณ์เป็นวงกว้างว่าข้อตกลงดังกล่าวที่ปธน.ทรัมป์เอ่ยถึงนั้น จะรวมถึงการที่จีนสั่งซื้อสินค้าเกษตรจากอเมริกาเป็นจำนวนมาก
-- คณะกรรมาธิการการธนาคารแห่งวุฒิสภาสหรัฐฯ ลงมติด้วยคะแนน 15 ต่อ 9 เสียงในวันพฤหัสบดี (14 พ.ค.) เพื่อเดินหน้าร่างกฎหมาย Clarity Act ซึ่งเปิดทางให้ร่างกฎหมายดังกล่าวอาจถูกนำเข้าสู่การลงมติในวุฒิสภาเต็มคณะต่อไป
-- มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า สหรัฐฯ คาดหวังให้จีนตอบรับในเชิงบวกต่อกรณีที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ หยิบยกกรณีการปล่อยตัว จิมมี ไหล่ นักกิจกรรมสนับสนุนประชาธิปไตยในฮ่องกง ขึ้นหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ระหว่างการประชุมสุดยอด
-- สำนักข่าวเกียวโดรายงานในวันนี้ (15 พ.ค.) โดยอ้างแหล่งข่าวที่ใกล้ชิดว่า รัฐบาลญี่ปุ่นกำลังพิจารณาส่งออกขีปนาวุธนำวิถีพื้นสู่เรือ Type 88 ให้แก่ฟิลิปปินส์
-- หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียล ไทม์ส (FT) รายงานในวันนี้ (15 พ.ค.) ว่า บริษัทแอนโทรปิก (Anthropic) สตาร์ตอัปด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ใกล้ปิดดีลระดมทุนมูลค่า 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะทำให้บริษัทมีมูลค่าพุ่งขึ้นสู่ระดับราว 9 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่าจากเมื่อเพียง 3 เดือนก่อน
-- สหภาพไฟฟ้าแห่งชาติของคิวบา (UNE) รายงานว่า เกิดเหตุไฟฟ้าดับในหลายจังหวัดทางภาคตะวันออกของคิวบาช่วงเช้าตรู่ของวันพฤหัสบดี (14 พ.ค.) ตั้งแต่เมืองเซียโกเดอาบีลาทางตอนกลาง ไปจนถึงเมืองกวนตานาโมทางตะวันออกของประเทศ
-- จอห์น วิลเลียมส์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สาขานิวยอร์ก กล่าวว่า เฟดยังไม่มีความจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนนโยบายอัตราดอกเบี้ยในเวลานี้ แม้สงครามในตะวันออกกลางจะสร้างความไม่แน่นอนและเพิ่มแรงกดดันด้านราคา
-- หอการค้าอังกฤษ (BCC) เตือนเมื่อวันพฤหัสบดี (14 พ.ค.) ว่า แผนปรับลดโควตานำเข้าเหล็กและการปรับขึ้นภาษีนำเข้าของรัฐบาลอังกฤษ อาจสร้างความปั่นป่วนต่อห่วงโซ่อุปทาน และเพิ่มภาระต้นทุนให้ภาคอุตสาหกรรมอย่างมีนัยสำคัญ
-- สื่อท้องถิ่นรายงานเมื่อคืนวันพฤหัสบดี (14 พ.ค.) ว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่ทำเนียบนายกรัฐมนตรีลิเบีย ท่ามกลางความรุนแรงที่ปะทุขึ้นหลังการแข่งขันฟุตบอลนัดเจ้าปัญหาในเมืองตาร์ฮูนา ทางตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงตริโปลี
-- ข้อมูลจากกระทรวงการคลังเมียนมาเผยให้เห็นว่า การส่งเงินกลับประเทศของแรงงานในต่างประเทศกลายเป็นแหล่งรายได้เงินตราต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดของเมียนมา หลังรัฐบาลทหารออกกฎเพื่อกดดันให้พลเมืองที่ทำงานในต่างแดนต้องส่งเงินกลับประเทศ