ผู้ว่าฯ แคลิฟอร์เนียสั่งประเมินผลกระทบ AI ต่อแรงงาน หลังเลย์ออฟพุ่ง

ข่าวต่างประเทศ Friday May 22, 2026 16:59 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

เกวิน นิวซัม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (21 พ.ค.) สั่งการให้หน่วยงานภาครัฐศึกษาและเตรียมมาตรการรับมือผลกระทบจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่มีต่อแรงงาน ภาคธุรกิจ และชุมชนทั่วรัฐแคลิฟอร์เนีย

สำนักงานผู้ว่าการฯ ระบุว่า คำสั่งนี้ไม่มีผลบังคับใช้เป็นกฎหมายโดยตรง แต่เป็นการสั่งการให้หน่วยงานของรัฐทบทวนและปรับปรุงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง อาทิ กฎการแจ้งเตือนล่วงหน้าก่อนเลิกจ้าง โปรแกรมช่วยเหลือแรงงาน การฝึกอบรมทักษะอาชีพ และการจัดเก็บข้อมูล

ภายใต้คำสั่งนี้ หน่วยงานรัฐต้องจัดทำข้อเสนอแนะภายใน 180 วัน เพื่อปรับปรุงกฎหมาย Worker Adjustment and Retraining Notification Act (WARN Act) ซึ่งกำหนดให้บริษัทต้องแจ้งล่วงหน้าก่อนเลิกจ้างพนักงานจำนวนมากหรือปิดโรงงาน นอกจากนี้ยังให้ประเมินมาตรฐานเงินชดเชย การประกันการว่างงาน และโมเดลการเป็นเจ้าของกิจการโดยพนักงานด้วย

คำสั่งดังกล่าวยังกำหนดให้กระทรวงการพัฒนาการจ้างงาน (EDD) ของแคลิฟอร์เนีย จัดทำแดชบอร์ดภายใน 90 วัน เพื่อติดตามผลกระทบของ AI ต่อการจ้างงานในแต่ละภาคส่วน โดยใช้ข้อมูลจากการประกันการว่างงาน และต้องรายงานความคิดเห็นจากภาคธุรกิจเกี่ยวกับบทบาทของเทคโนโลยีในการตัดสินใจจ้างงานปีละ 2 ครั้งไปจนถึงสิ้นปี 2570 โดยเป็นส่วนหนึ่งของรายงานการทบทวนตลาดแรงงานแคลิฟอร์เนีย (California Labor Market Review)

* วิกฤตเลิกจ้างแรงงานสายเทคฯ

ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นในช่วงที่การเลิกจ้างในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของสหรัฐฯ เร่งตัวขึ้น ข้อมูลจาก Layoffs แพลตฟอร์มติดตามการจ้างงาน ระบุว่าในช่วง 18 สัปดาห์แรกของปี 2569 มีบริษัทเทคโนโลยี 179 แห่งประกาศเลิกจ้างพนักงานไปแล้วกว่า 113,000 คน

หนึ่งในการเลิกจ้างครั้งใหญ่ที่สุดเกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันก่อนการลงนามคำสั่งนี้ โดยในวันที่ 20 พ.ค. Meta Platforms บริษัทแม่ของ Facebook, Instagram และ WhatsApp เริ่มแจ้งปลดพนักงานประมาณ 8,000 คน คิดเป็น 10% ของพนักงาน 77,986 คนทั่วโลก ณ วันที่ 31 มี.ค. ตามเอกสารที่บริษัทยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC)

อย่างไรก็ดี ในเอกสารฉบับเดียวกัน Meta ยังได้รายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่งในไตรมาสแรกของปี 2569 ด้วยรายได้ 5.631 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 33% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 2.677 หมื่นล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ บริษัทยังประกาศเพิ่มงบลงทุนจาก 7.22 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2568 เป็น 1.25 - 1.45 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2569 ซึ่งส่วนใหญ่ถูกนำไปใช้ในการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI และศูนย์ข้อมูล

* AI กลายเป็นเหตุผลหลักในการลดคน

ข้อมูลจากบริษัทช่วยคนหางานหลังถูกเลิกจ้าง Challenger, Gray & Christmas ระบุว่า หลายบริษัทอ้างถึง AI ในแผนการเลย์ออฟพนักงาน 54,836 ตำแหน่งในปี 2568 ขณะที่ในเดือนเม.ย. 2569 นายจ้างอ้างเหตุผลถึงการใช้ AI ในการลดพนักงานถึง 21,490 ตำแหน่ง หรือคิดเป็น 26% ของการเลิกจ้างทั้งหมดในเดือนนั้น

นอกจากนี้ ผลสำรวจโดย Data for Progress องค์กรจัดทำผลสำรวจและการวิจัย ยังพบว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในสหรัฐฯ ถึง 54% เชื่อว่า AI จะทำให้อัตราการว่างงานในประเทศสูงขึ้น

ขณะที่กลุ่มสหภาพแรงงานในแคลิฟอร์เนียได้ออกมาเตือนว่า AI คือ "ภัยคุกคามที่ร้ายแรงที่สุดต่อแรงงานอเมริกัน" และประกาศว่าการสนับสนุนนักการเมืองในอนาคตจะขึ้นอยู่กับนโยบายการคุ้มครองแรงงานจาก AI ที่ชัดเจนและบังคับใช้ได้จริง โดยแกนนำสหภาพได้ยื่นเอกสารดังกล่าวต่อผู้ว่าฯ นิวซัม เมื่อเดือนก.พ. ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ทำเนียบขาวกำลังพยายามผลักดันแนวทางการกำกับดูแล AI แบบประนีประนอม (light touch) เพื่อไม่ให้กระทบต่อการนวัตกรรม โดยรัฐแคลิฟอร์เนียเป็นที่ตั้งของบริษัท AI เอกชนชั้นนำ 33 แห่งจาก 50 แห่งของโลก


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ