Estee Lauder ยังเปิดรับการเข้าซื้อกิจการ แม้ดีลควบรวม Puig ล่มเพราะราคาไม่ลงตัว

ข่าวต่างประเทศ Tuesday June 2, 2026 17:27 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

สเตฟาน เดอ ลา ฟาเวอรี ประธานและซีอีโอของ เอสเต ลอเดอร์ (Estee Lauder) บริษัทเครื่องสำอางรายใหญ่ของสหรัฐฯ เปิดเผยในวันนี้ (2 มิ.ย.) ว่า แผนการควบรวมกิจการกับ ปุตช์ (Puig) เจ้าของแบรนด์ Jean Paul Gaultier ประสบความล้มเหลวเนื่องจากตกลงเรื่องราคากันไม่ได้ อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงเปิดกว้างสำหรับการซื้อกิจการอื่น ๆ ในอนาคต หากมีความคุ้มค่าทางการเงิน

เอสเต ลอเดอร์ และปุตช์ได้ยุติการเจรจาควบรวมกิจการในช่วงปลายเดือนที่ผ่านมา ซึ่งหากการควบรวมสำเร็จ จะเป็นการสร้างยักษ์ใหญ่ในวงการความงามระดับพรีเมียมที่พร้อมแข่งขันกับผู้นำตลาดอย่าง ลอรีอัล (L'Oreal)

มีรายงานว่า สาเหตุที่การเจรจาล่มนั้นมาจากปัญหาข้อมูลรั่วไหล ความขัดแย้งระหว่างตระกูลผู้ถือหุ้นใหญ่ที่มีอำนาจควบคุมของทั้งสองฝ่าย และข้อเรียกร้องต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงข้อเรียกร้องจาก ชาร์ลอตต์ ทิวเบอร์รี เจ้าแม่วงการเครื่องสำอางชื่อดัง

เดอ ลา ฟาเวอรี กล่าวในงานประชุมนักลงทุนกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคของดอยซ์แบงก์ (Deutsche Bank) ที่กรุงปารีส โดยยืนยันว่าการเจรจาล่มนั้นเป็นเรื่องของราคา

"หากเราไม่สามารถบรรลุการเติบโตและการทำกำไรในระดับราคาที่เหมาะสม นั่นก็ไม่ใช่ทางเลือก และนี่คือเหตุผลที่ชัดเจนว่าทำไมดีลนี้จึงไม่สำเร็จ เนื่องจากราคาไม่เหมาะสม" ซีอีโอกล่าว พร้อมเสริมว่าบริษัทจะยังคงมองหาโอกาสใหม่ ๆ ต่อไป

ทั้งนี้ เอสเต ลอเดอร์ ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์ Clinique และ M.A.C ได้เปิดเผยเมื่อเดือนพ.ค.ว่า บริษัทจะปรับลดตำแหน่งงาน 9,000-10,000 ตำแหน่งทั่วโลก เพื่อเร่งดำเนินกลยุทธ์ "Beauty Reimagined" โดยตั้งเป้าประหยัดค่าใช้จ่ายต่อปีให้ได้สูงสุด 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ