องค์กรสถิติการค้าเซมิคอนดักเตอร์โลก (WSTS) ซึ่งก่อตั้งโดยผู้ผลิตชิปชั้นนำ เปิดเผยรายงานคาดการณ์ล่าสุดว่า ตลาดเซมิคอนดักเตอร์โลกปี 2569 จะขยายตัว 89.9% เมื่อเทียบรายปี แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1.51 ล้านล้านดอลลาร์ โดยได้รับแรงหนุนจากการลงทุนขนาดใหญ่ของบริษัททั่วโลก ท่ามกลางความต้องการปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
WSTS ได้ปรับเพิ่มประมาณการดังกล่าวจากเดิมที่คาดเมื่อเดือนธ.ค. ว่าจะขยายตัว 26.3% สู่ระดับ 9.7546 แสนล้านดอลลาร์ โดยระบุว่า แนวโน้มที่ปรับขึ้นอย่างมีนัยสำคัญมีปัจจัยหลักจากการขยายตัวของศูนย์ข้อมูล (data center) ที่เร่งตัวเร็วกว่าที่เคยประเมินไว้
เมื่อพิจารณาตามประเภทผลิตภัณฑ์ ความต้องการชิปหน่วยความจำ ซึ่งใช้ในการจัดเก็บข้อมูล คาดว่าจะขยายตัวราว 3.5 เท่า แตะระดับ 8.0394 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่ความต้องการเซมิคอนดักเตอร์ลอจิก ซึ่งทำหน้าที่เป็นสมองของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ คาดว่าจะเติบโต 37.3% เป็น 4.1137 แสนล้านดอลลาร์
ขณะเดียวกัน คิโอกเซีย โฮลดิงส์ คอร์ป (Kioxia Holdings Corp) ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำของญี่ปุ่น คาดว่ากำไรสุทธิช่วงเดือนเม.ย.-มิ.ย. จะเพิ่มขึ้นมากกว่า 47 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
เมื่อพิจารณาตามภูมิภาค ทวีปอเมริกาคาดว่าจะเติบโตสูงสุดในปี 2569 โดยขยายตัวมากกว่า 2 เท่า สู่ระดับ 5.4365 แสนล้านดอลลาร์ รองลงมาคือภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เติบโต 87.4% เป็น 8.2390 แสนล้านดอลลาร์ ส่วนยุโรปคาดเติบโต 58.4% สู่ระดับ 8.664 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่ญี่ปุ่นคาดขยายตัว 27.6% สู่ 5.705 หมื่นล้านดอลลาร์
นอกจากนี้ องค์กรคาดการณ์สำหรับแนวโน้มปี 2570 ว่า ตลาดชิปโลกมีมูลค่าประมาณ 1.91 ล้านล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 26.6% โดยได้รับแรงหนุนจากการลงทุนอย่างแข็งแกร่งในเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ AI และมีความต้องการที่ต่อเนื่องในภาคส่วนอื่น ๆ รวมถึงอุตสาหกรรมยานยนต์
สำหรับตลาดญี่ปุ่น ทางองค์กรคาดว่าจะขยายตัว 18.0% สู่ระดับ 6.733 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่ทวีปอเมริกาคาดขยายตัว 29.0% สู่ 7.0144 แสนล้านดอลลาร์
ทั้งนี้ ในปี 2568 ตลาดชิปโลกเติบโตแล้ว 26.2% แตะ 7.9564 แสนล้านดอลลาร์ โดยได้รับแรงหนุนหลักจากชิปหน่วยความจำและชิปลอจิก ซึ่งได้อานิสงส์จากการลงทุนในศูนย์ข้อมูลเพื่อรองรับการใช้งาน AI ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง