ธนาคารกลางยุโรป (ECB) เปิดเผยรายงานล่าสุดระบุว่า ทองคำได้กลายเป็นส่วนประกอบที่ใหญ่ที่สุดในทุนสำรองของธนาคารกลางทั่วโลกในปี 2568 โดยแซงหน้าการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และสกุลเงินยูโร เนื่องจากการพุ่งขึ้นของราคาทองคำช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับทุนสำรอง
รายงานของ ECB ซึ่งมีการเผยแพร่ในวันอังคาร (2 มิ.ย.) ระบุว่า ณ สิ้นปี 2568 ทองคำคิดเป็นสัดส่วน 27% ของทุนสำรองเงินตราต่างประเทศที่ถือครองโดยธนาคารกลางต่าง ๆ ทั่วโลก ซึ่งเพิ่มขึ้นจากระดับ 20% ในปี 2567 แซงหน้าพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งมีสัดส่วน 22% และเงินยูโรซึ่งมีสัดส่วนอยู่ที่ 15%
ECB ระบุว่า สัดส่วนของทองคำในทุนสำรองที่เพิ่มขึ้นนั้น มีสาเหตุหลักมาจากราคาทองคำที่พุ่งสูงขึ้น โดยราคาทองคำในรูปตัวเงิน (nominal terms) พุ่งขึ้นถึง 60% ในปี 2568 และ 30% ในปี 2567
ทั้งนี้ นอกเหนือจากการกระจายความเสี่ยงแล้ว ธนาคารกลางต่าง ๆ ยังใช้ทองคำเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์
อย่างไรก็ตาม รายงานของ ECB ระบุว่า เมื่อเทียบกับเงินกระดาษ (fiat currency) แล้ว สถานะของทองคำในฐานะส่วนหนึ่งของทุนสำรองยังมีข้อจำกัด โดยอ้างถึงความผันผวนของราคา การไม่สามารถสร้างผลตอบแทน ตลอดจนค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บที่สูง และอุปทานที่ไม่มีความยืดหยุ่น
ด้านสภาทองคำโลก (WGC) รายงานในเดือนเม.ย.ที่ผ่านมาว่า ความต้องการทองคำทั่วโลกเพิ่มขึ้น 2% เมื่อเทียบเป็นรายปี สู่ระดับ 1,230.9 เมตริกตันในไตรมาส 1/2569 โดยข้อมูลของ WGC แสดงให้เห็นว่า ความต้องการทองคำแท่งและเหรียญทองคำในไตรมาส 1 เพิ่มขึ้นในทุกภูมิภาค ยกเว้นอิหร่านและเวียดนาม