กระทรวงสถิติของอินเดียเปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) สำหรับช่วงเดือนม.ค.-มี.ค.2569 ซึ่งเป็นไตรมาส 4 ของปีงบประมาณ 2568-2569 ของอินเดีย
ทั้งนี้ เศรษฐกิจอินเดียมีการขยายตัว 7.8% ในไตรมาสดังกล่าว และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 7.2% โดยได้รับแรงหนุนจากผลผลิตในภาคการเกษตรที่ดีขึ้น และการก่อสร้างที่ขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง ซึ่งช่วยชดเชยผลกระทบจากอุปสงค์ภายนอกที่อ่อนแอลง อันเป็นผลมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อการค้าและเศรษฐกิจโลก
อย่างไรก็ดี การขยายตัวทางเศรษฐกิจในไตรมาสเดือนม.ค.-มี.ค.2569 ต่ำกว่าไตรมาสเดือนต.ค.-ธ.ค.2568 ซึ่งมีการขยายตัว 8.0% จากเดิมที่มีการรายงานที่ 7.8%
สำนักงานสถิติแห่งชาติของอินเดียคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจมีการขยายตัว 7.7% ในปีงบประมาณ 2568-2569 ซึ่งสิ้นสุดในเดือนมี.ค.2569 สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 7.6% และสูงกว่าการขยายตัว 7.1% ในปีงบประมาณ 2567-2568
ทั้งนี้ อินเดียเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจหนักที่สุดจากการทำสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่าน โดยอินเดียเป็นผู้นำเข้าน้ำมันดิบรายใหญ่อันดับ 3 ของโลก ขณะที่พึ่งพาอุปทานน้ำมันส่วนใหญ่จากตะวันออกกลาง
ธนาคารกลางอินเดียคาดการณ์ว่า สงครามในตะวันออกกลางอาจฉุดการเติบโตทางเศรษฐกิจของอินเดียในปีงบประมาณปัจจุบันลงสู่ระดับ 6.6% โดยธนาคารกลางประกาศคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมวันนี้ แต่ส่งสัญญาณบ่งชี้การดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น ท่ามกลางแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและการอ่อนค่าของรูปี