ข่าวอินโฟเควสท์
23:26 เอ็กซิทโพลล์เผยพรรครัฐบาลคว้าชัยเลือกตั้งอินเดีย เล็งหารือพันธมิตรพรุ่งนี้   เอ็กซิทโพลล์ บ่งชี้ว่า พรรคภารติยะ ชันนะตะ (BJP) ซึ่งเป็นพรรครัฐบา…
23:16 จีนโชว์ผลตรวจสอบสินค้า "หัวเว่ย" ในยุโรป เผยไม่พบช่องโหว่อย่างที่สหรัฐโจมตี   นายลู่ กัง โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีน เปิดเผยว่า ผลการตรวจสอบสินค้า…
22:58 กระทรวงต่างประเทศจีนเผยสหรัฐคือสาเหตุเจรจาคว้าน้ำเหลว ชี้เป็นฝ่ายไม่มีเหตุผล   นายลู่ กัง โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีน เปิดเผยว่า สหรัฐเป็นฝ่ายเรีย…
22:40 ประธาน FCC ออกตัวสนับสนุนแผนควบกิจการ "สปรินท์-ทีโมบาย" ลุ้นไฟเขียว   นายอาจิด ไพ ประธานคณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสารของสหรัฐ (FCC) ได้แ…
22:21 "ฟอร์ด มอเตอร์" ประกาศปรับลดพนักงาน 10% ทั่วโลก ตามแผนปรับโครงสร้าง   บริษัทฟอร์ด มอเตอร์ ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของสหรัฐ ประกาศแผนปรับลดพนักงานลงป…

World Today: สรุปข่าวประเด็นน่าติดตามประจำวันที่ 5 มกราคม 2561

ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- ศุกร์ที่ 5 มกราคม 2561 08:38:51 น.

-- -ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นทะลุแนว 25,000 จุดเป็นครั้งแรกเมื่อคืนนี้ (4 ม.ค.) โดยดัชนีหลักทั้ง 3 ดัชนีปิดทำนิวไฮติดต่อกันเป็นวันที่ 3 เนื่องจากนักลงทุนมีมุมมองที่เป็นบวกต่อแนวโน้มเศรษฐกิจของสหรัฐ หลังจากออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) เปิดเผยว่า ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนของสหรัฐพุ่งขึ้นเกินคาดในเดือนธ.ค. ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนธ.ค.ซึ่งกระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยในวันนี้

-- ออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) และมูดี้ส์ อนาลิติกส์ เปิดเผยว่า การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐพุ่งขึ้น 250,000 ตำแหน่งในเดือนธ.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 190,000 ตำแหน่ง และสูงกว่าระดับ 185,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ย.

การจ้างงานในเดือนธ.ค.นับเป็นการจ้างงานที่มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค.

-- สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 ปีเมื่อคืนนี้ (4 ม.ค.) หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐลดลงมากกว่าคาดในสัปดาห์ที่แล้ว นอกจากนี้ สัญญาน้ำมันดิบยังได้รับแรงหนุนจากปัจจัยความไม่สงบในอิหร่าน และความต้องการใช้น้ำมันในสหรัฐ อันเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น

-- สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐลดลง 7.4 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าลดลง 5.7 ล้านบาร์เรล ส่วนสถาบันปิโตรเลียมอเมริกา (API) ระบุก่อนหน้านี้ว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐลดลง 5.0 ล้านบาร์เรล

สต็อกน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น 4.8 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่สต็อกน้ำมันกลั่น ซึ่งรวมถึงฮีตติ้งออยล์และน้ำมันดีเซล พุ่งขึ้น 8.9 ล้านบาร์เรล

-- ไอเอชเอส มาร์กิต ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงิน เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายของสหรัฐ ปรับตัวลงสู่ระดับ 53.7 ในเดือนธ.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 7 เดือน จากระดับ 54.5 ในเดือนพ.ย. แต่อยู่สูงกว่าตัวเลขดัชนี PMI ภาคบริการเบื้องต้น ซึ่งอยู่ที่ระดับ 52.4

ดัชนี PMI ภาคบริการได้รับผลกระทบจากดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจซึ่งร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 15 เดือน

อย่างไรก็ดี ดัชนี PMI ยังคงอยู่เหนือระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ว่า กิจกรรมในภาคบริการของสหรัฐยังคงมีการขยายตัว ขณะที่ได้รับปัจจัยหนุนจากการเพิ่มขึ้นของการจ้างงาน และคำสั่งซื้อใหม่

-- สำนักงานบริการข้อมูลสภาพอากาศแห่งชาติสหรัฐ (NWS) รายงานว่า พายุฤดูหนาว หรือ"ระเบิดไซโคลน" (bomb cyclone) กำลังถล่มแถบตะวันออกของสหรัฐในวันนี้ ซึ่งจะทำให้เกิดหิมะตกหนัก และลมกรรโชกแรงในแถบชายฝั่งมิด-แอตแลนติกไปจนถึงทางใต้ของนิวอิงแลนด์ และพายุจะเคลื่อนตัวไปยังแถบตะวันออกเฉียงเหนือในช่วงบ่าย

NWS เรียกพายุดังกล่าวว่าเป็นระเบิดไซโคลน เนื่องจากมีความเร็วลมสูง และความกดอากาศต่ำอย่างที่แทบไม่เคยปรากฎมาก่อน โดยมีความเร็วลมสูงถึง 60 ไมล์/ชั่วโมง และมีความหนาวเย็นระดับขั้วโลกเหนือ

พายุดังกล่าวส่งผลให้มีการยกเลิกเที่ยวบินมากกว่า 3,000 เที่ยวในวันนี้ ขณะที่โรงเรียน และบริษัทจำนวนมากประกาศปิดชั่วคราว

-- เมื่อวานนี้ หนังสือพิมพ์พีเพิล เดลี ซึ่งเป็นสื่อกระบอกเสียงของพรรคคอมมิวนิสต์จีน กล่าวโจมตี "บิตคอยน์" ในบทบรรณาธิการว่าเป็นเพียงฟองสบู่และกระแสคลั่งไคล้ชั่วขณะในยุคสมัยใหม่เท่านั้น

"ไม่ว่าจะประเมินจากราคาหรือมูลค่า บิตคอยน์ก็เต็มไปด้วยฟองสบู่ ส่วนข้อดีที่มีการกล่าวถึงทั้งในเรื่องความน่าเชื่อถือ สภาพคล่อง และความโปร่งใสนั้น ล้วนแต่เป็นสิ่งบังหน้าเพื่อการเก็งกำไร และไม่สามารถรองรับกับความผันผวนของราคาได้" พีเพิล เดลีระบุ

รัฐบาลจีนมองว่าบิตคอยน์เป็นต้นตอแห่งความเสี่ยงในระบบการเงิน ดังนั้นจึงได้ออกกฎห้ามการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินสกุลดิจิทัลในประเทศตั้งแต่ในปีที่แล้ว

-- อีเธอเรียม ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัล พุ่งขึ้นใกล้แตะระดับ 1,000 ดอลลาร์เมื่อคืนนี้ โดยดีดตัวแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 983.63 ดอลลาร์ เมื่อเวลา 19.15 น.ตามเวลาไทย

ขณะนี้ อีเธอเรียมเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่มีมูลค่าตลาดมากที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากบิตคอยน์ และริพเพิล

-- นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐที่จะมีการเปิดเผยในวันนี้ ได้แก่ ดุลการค้าเดือนพ.ย., ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนพ.ย. และดัชนีภาคบริการเดือนธ.ค.จากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM)

-- นักลงทุนจับตากระทรวงแรงงานสหรัฐซึ่งมีกำหนดเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนธ.ค.ในวันนี้ เวลา 20.30 น.ตามเวลาไทย ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้นราว 190,000 ตำแหน่งในเดือนธ.ค. หลังจากที่เพิ่มขึ้น 228,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ย. และคาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 4.1%

ส่วนตัวเลขรายได้ต่อชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงาน ซึ่งเป็นข้อมูลที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสำคัญเพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ภาวะเงินเฟ้อ  คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนธ.ค. หลังจากที่ปรับตัวขึ้น 0.2% ในเดือนพ.ย.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง