ข่าวอินโฟเควสท์
17:47 PLE รับงานก่อสร้างโรงงานผลิตยารังสิต ระยะที่ 2 ขององค์การเภสัชฯ มูลค่า 5.26 พันลบ.   บมจ.เพาเวอร์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง (PLE) แจ้งว่า เมื่อวันที่ …
17:46 ผู้ว่าธปท.แนะ CLMVT ปรับตัวรับห่วงโซ่อุปทานเปลี่ยน เร่งเปิดเสรีภาคบริการเชื่อมโยงเศรษฐกิจระดับภูมิภาค   นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่ง…
17:44 บอนด์ยีลด์ญี่ปุ่นปิดปรับตัวขึ้นวันนี้ จากแรงขายทำกำไร   ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้นในวันนี้ เนื่องจากนักลงทุนขายพันธบัต…
17:39 World Today: สรุปข่าวต่างประเทศประจำวันที่ 24 มิถุนายน 2562   สถานีโทรทัศน์อัล อาราบิยา ของซาอุดีอาระเบีย รายงานว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 ร…
17:35 กฟผ. เผยผลเพิ่มการใช้น้ำมันปาล์มผลิตกระแสไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าบางปะกงช่วยกระตุ้นราคาปาล์ม   นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมว.พลังงาน กล่าวในการตรวจเยี่ยมโร…

สหรัฐเล็งออกระเบียบใหม่ บังคับผู้ขอวีซ่ายื่นข้อมูลโซเชียลมีเดีย

ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- ศุกร์ที่ 30 มีนาคม 2561 14:21:54 น.

กระทรวงต่างประเทศของสหรัฐเปิดเผยเมื่อวานนี้ว่า ทางกระทรวงมีแผนกำหนดข้อบังคับให้ชาวต่างชาติที่ทำเรื่องขอวีซ่าเข้าสหรัฐนั้น ต้องยื่นประวัติทางโซเชียลมีเดียประกอบการพิจารณาด้วย

ข้อเสนอดังกล่าวระบุว่า ผู้ที่ทำเรื่องขอวีซ่าถาวรและชั่วคราวนั้น จำเป็นต้องให้ข้อมูลระบุตัวตนที่ใช้ตามแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างๆในช่วง 5 ปีก่อนหน้า นอกเหนือจากอีเมลและหมายเลขโทรศัพท์เก่า

กระทรวงต่างประเทศเปิดเผยผ่านเอกสารที่เตรียมเผยแพร่ในบันทึกราชการ (Federal Register) ว่า ขณะนี้ทางกระทรวงกำลังเปิดรับความคิดเห็นจากสาธารณะต่อข้อเสนอนี้ภายใน 60 วันข้างหน้า

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ ประวัติทางโซเชียลมีเดีย อีเมล และหมายเลขโทรศัพท์ เป็นข้อกำหนดสำหรับผู้ขอวีซ่าบางรายที่จำเป็นต้องมีการตรวจสอบอย่างละเอียด โดยปกติแล้วมีผู้ถูกตรวจสอบประมาณปีละ 65,000 ราย

การปรับเปลี่ยนดังกล่าวคาดว่าจะมีผลกระทบต่อผู้ที่ทำเรื่องขอวีซ่าถาวรและชั่วคราวแทบทุกคน ขณะที่กระทรวงต่างประเทศคาดการณ์ว่า จะมีผู้ขอวีซ่าถาวรได้รับผลกระทบราว 710,000 ราย และผู้ขอวีซ่าชั่วคราวอีกราว 14 ล้านราย

สำหรับผู้ที่อาจได้รับการยกเว้นจากข้อกำหนดใหม่นี้ ได้แก่ผู้ขอวีซ่าสำหรับเจ้าหน้าที่ทางการทูตและวีซ่าราชการบางประเภท

ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจำเป็นต้องได้รับการอนุมัติจากสำนักงานการบริหารและงบประมาณ (OMB) ประจำทำเนียบขาว โดยข้อเสนอนี้แสดงให้เห็นถึงความเคลื่อนไหวล่าสุดของรัฐบาลสหรัฐ ในการยกระดับมาตรการคัดกรองผู้เดินทางจากต่างประเทศ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง