ข่าวอินโฟเควสท์
22:25 ดอลลาร์อ่อนค่าใกล้หลุด 108 เยน หลัง IMF เตือนดอลลาร์แข็งค่ามากเกินไป   ดอลลาร์อ่อนค่าลงในช่วงล่างของกรอบ 108 เยน หลังจากที่กองทุนการเงินระหว่าง…
22:08 ราคาน้ำมัน WTI ปรับตัวลง หลังสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐลดลงน้อยกว่าคาด   สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้า WTI ปรับตัวลงในวันนี้ หลังจากที่สำนักงานสารสนเทศด้านกา…
21:56 EIA เผยสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐลดลงติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 5   สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐล…
21:27 ดาวโจนส์ปรับตัวแคบ จับตาผลประกอบการ,สงครามการค้า,รายงาน Beige Book   ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวแคบในวันนี้ ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยผลประกอบการขอ…
21:06 กลุ่มติดอาวุธยิงเจ้าหน้าที่สถานกงสุลตุรกีในอิรักเสียชีวิต 3 ราย   แหล่งข่าวฝ่ายความมั่นคงของชาวเคิร์ดเปิดเผยว่า กลุ่มติดอาวุธไม่ทราบฝ่ายได้กระห…

สหรัฐเล็งออกระเบียบใหม่ บังคับผู้ขอวีซ่ายื่นข้อมูลโซเชียลมีเดีย

ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- ศุกร์ที่ 30 มีนาคม 2561 14:21:54 น.

กระทรวงต่างประเทศของสหรัฐเปิดเผยเมื่อวานนี้ว่า ทางกระทรวงมีแผนกำหนดข้อบังคับให้ชาวต่างชาติที่ทำเรื่องขอวีซ่าเข้าสหรัฐนั้น ต้องยื่นประวัติทางโซเชียลมีเดียประกอบการพิจารณาด้วย

ข้อเสนอดังกล่าวระบุว่า ผู้ที่ทำเรื่องขอวีซ่าถาวรและชั่วคราวนั้น จำเป็นต้องให้ข้อมูลระบุตัวตนที่ใช้ตามแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างๆในช่วง 5 ปีก่อนหน้า นอกเหนือจากอีเมลและหมายเลขโทรศัพท์เก่า

กระทรวงต่างประเทศเปิดเผยผ่านเอกสารที่เตรียมเผยแพร่ในบันทึกราชการ (Federal Register) ว่า ขณะนี้ทางกระทรวงกำลังเปิดรับความคิดเห็นจากสาธารณะต่อข้อเสนอนี้ภายใน 60 วันข้างหน้า

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ ประวัติทางโซเชียลมีเดีย อีเมล และหมายเลขโทรศัพท์ เป็นข้อกำหนดสำหรับผู้ขอวีซ่าบางรายที่จำเป็นต้องมีการตรวจสอบอย่างละเอียด โดยปกติแล้วมีผู้ถูกตรวจสอบประมาณปีละ 65,000 ราย

การปรับเปลี่ยนดังกล่าวคาดว่าจะมีผลกระทบต่อผู้ที่ทำเรื่องขอวีซ่าถาวรและชั่วคราวแทบทุกคน ขณะที่กระทรวงต่างประเทศคาดการณ์ว่า จะมีผู้ขอวีซ่าถาวรได้รับผลกระทบราว 710,000 ราย และผู้ขอวีซ่าชั่วคราวอีกราว 14 ล้านราย

สำหรับผู้ที่อาจได้รับการยกเว้นจากข้อกำหนดใหม่นี้ ได้แก่ผู้ขอวีซ่าสำหรับเจ้าหน้าที่ทางการทูตและวีซ่าราชการบางประเภท

ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจำเป็นต้องได้รับการอนุมัติจากสำนักงานการบริหารและงบประมาณ (OMB) ประจำทำเนียบขาว โดยข้อเสนอนี้แสดงให้เห็นถึงความเคลื่อนไหวล่าสุดของรัฐบาลสหรัฐ ในการยกระดับมาตรการคัดกรองผู้เดินทางจากต่างประเทศ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง