ข่าวอินโฟเควสท์
02:39 "ทรัมป์"ลงนามร่างกฎหมายงบประมาณ ส่งผลสหรัฐเลี่ยงชัตดาวน์รอบ 2   ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามในร่างกฎหมายงบประมาณ และแผนการรักษาความมั่นคงตา…
02:26 เฟดยันตัวเลขยอดค้าปลีกซบ,การผลิตภาคอุตฯวูบ ไม่ได้บ่งชี้ศก.ชะลอตัวมากกว่าคาด   นายราฟาเอล บอสติค ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาแอตแลนตา กล่าวว…
01:43 เฟดหั่นคาดการณ์เศรษฐกิจสหรัฐ หลังการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจอ่อนแอ   ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์ก ปรับลดตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจส…
01:03 เครื่องบินทหารสหรัฐเตรียมจัดส่งความช่วยเหลือกว่า 200 ตันไปเวเนซุเอลา   เจ้าหน้าที่ระบุว่า เครื่องบินทหารของสหรัฐจะจัดส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธ…
00:30 บอนด์ยีลด์สหรัฐปรับตัวไร้ทิศทาง นักลงทุนจับตาเจรจาการค้า,ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ   อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวไร้ทิศทางในวันนี้ ขณะที่น…

IMF หั่นคาดการณ์ศก.เอเชียปีหน้าเหลือ 5.4% เตือนสงครามการค้ากระทบศก.รุนแรง

ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- ศุกร์ที่ 12 ตุลาคม 2561 12:10:33 น.

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้เปิดเผยรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิกในวันนี้ โดยเตือนว่า ความตึงเครียดด้านการค้าที่ยังคงยืดเยื้อในขณะนี้อาจฉุดการขยายตัวทางเศรษฐกิจของเอเชียลงราว 0.9% ในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้านี้ พร้อมกับเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายกำหนดนโยบายของประเทศต่างๆในเอเชียเร่งเปิดตลาดเสรี เพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการส่งออกที่ทรุดตัวลง

ทั้งนี้ IMF ได้คงคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจเอเชียในปีนี้ที่ระดับ 5.6% แต่ได้ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจเอเชียในปีหน้าลงสู่ระดับ 5.4% ซึ่งลดลง 0.2% จากตัวเลขคาดการณ์ในเดือนเม.ย.

การปรับลดตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจในครั้งนี้ เนื่องจากผลกระทบของความตึงเครียดในตลาดการเงิน และการคุมเข้มนโยบายการเงินในบางประเทศ รวมทั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นจากมาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าระหว่างสหรัฐและจีน

ขณะเดียวกัน IMF คาดว่า มาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้า ซึ่งรวมถึงการตอบโต้ทางการค้าครั้งใหม่ จะส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของจีนสูญเสียไป 1.6% ซึ่งใกล้เคียงกับการสูญเสีย GDP ที่ระดับ 1% ของสหรัฐ

ทั้งนี้ IMF เตือนว่า ภาวะปั่นป่วนที่เกิดขึ้นในตลาดเกิดใหม่นั้น จะเลวร้ายลงอีก หากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และธนาคารในประเทศขนาดใหญ่รายอื่นๆ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ พร้อมระบุว่า การหลีกเลี่ยงการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง ความตึงเครียดด้านการค้าที่สูงขึ้น ตลอดจนความไม่แน่นอนด้านการเมืองและนโยบาย จะส่งผลให้ภาวะด้านการเงินมีความตึงเครียดมากขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง