สหรัฐเผยมาตรการคว่ำบาตรทำอิหร่านเสียรายได้จากการขายน้ำมันกว่า 1 หมื่นล้านดอลล์แล้ว

ข่าวเศรษฐกิจ 25 เมษายน พ.ศ. 2562 12:24 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายไบรอัน ฮุก ผู้แทนพิเศษของสหรัฐสำหรับอิหร่าน และที่ปรึกษาอาวุโสด้านนโยบายของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ เปิดเผยว่า การคว่ำบาตรของสหรัฐต่ออิหร่าน ทำให้รัฐบาลอิหร่านสูญเสียรายได้มากกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์แล้ว นับตั้งแต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐ ประกาศคว่ำบาตรอิหร่านครั้งแรกในเดือนพ.ค.ปีที่แล้ว

นายฮุกเปิดเผย หลังรัฐบาลสหรัฐระบุว่า จะยกเลิกการยกเว้นในมาตรการคว่ำบาตรทั้งหมด โดยสหรัฐเรียกร้องให้บรรดาผู้นำเข้า ยุติการซื้อน้ำมันจากอิหร่านตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.นี้ มิฉะนั้น จะเผชิญกับมาตรการลงโทษ

นายฮุกเปิดเผยว่า ก่อนถูกคว่ำบาตรนั้น อิหร่านมีรายได้มากถึง 5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อปีจากการขายน้ำมัน และประมาณการว่า มาตรการคว่ำบาตรของเราทำให้อิหร่านสูญเสียรายได้มากกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์แล้วนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2561

ทั้งนี้ สหรัฐได้กำหนดมาตรการคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมันของอิหร่านอีกครั้งในเดือนพ.ย.ที่ผ่านมา หลังจากปธน.ทรัมป์ถอนตัวจากข้อตกลงปี 2558 ระหว่างอิหร่านกับมหาอำนาจของโลก 6 ชาติ ในฤดูใบไม้ผลิปีที่แล้ว เพื่อสกัดกั้นโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน แต่ในช่วงแรกนั้น สหรัฐได้อนุญาตให้ผู้ซื้อน้ำมันอิหร่านรายใหญ่ที่สุด 8 ประเทศ สามารถนำเข้าน้ำมันจากอิหร่านได้อีกครึ่งปี

จีน อินเดีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และ ตุรกี เป็นผู้ซื้อน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของอิหร่าน ขณะที่ไต้หวัน กรีซ และ อิตาลี ได้ยุติการนำเข้าน้ำมันจากอิหร่าน แม้ได้รับการยกเว้นจากการคว่ำบาตรของสหรัฐก็ตาม

ส่วนจีนเป็นผู้ซื้อน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของอิหร่าน และได้วิพากษ์วิจารณ์การกำหนดมาตรการคว่ำบาตรรอบใหม่ของสหรัฐ ขณะที่บรรดาเจ้าหน้าที่สหรัฐแสดงความเชื่อมั่นว่า จีนจะสามารถหาทางนำเข้าน้ำมันจากที่อื่นๆ แทนอิหร่านได้


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ