จีนปิดฉากการประชุม BRF ขานรับความสำเร็จด้านการลงทุน-ความเชื่อมั่น-การค้า

ข่าวเศรษฐกิจ 29 เมษายน พ.ศ. 2562 09:47 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

การประชุม Belt and Road Forum for International Cooperation ครั้งที่ 2 ได้ปิดฉากลงแล้วเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา การประชุมครั้งนี้มีผู้แทนจากประเทศต่าง ๆ เข้าร่วมราว 5,000 ราย โดยมีประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน เป็นผู้กล่าวสุนทรพจน์ในพิธีเปิดการประชุม ซึ่งมีเนื้อหาครอบคลุมโครงการ Belt and Road ทั้งในเรื่องการลงทุน ความเชื่อมั่น และการค้าในระดับนานาชาติ

ในส่วนของการลงทุนนั้น ปธน.สีเปิดเผยว่า การประชุมเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น มีการลงนามข้อตกลงวงเงินรวมกันถึง 6.4 หมื่นล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ดี ปธน.สีไม่ได้กล่าวถึงข้อตกลงในอนาคต ขณะที่ตัวปธน.สีเองก็ดูมีท่าทีที่อ่อนแรงลงเมื่อต้องกล่าวถึงอิทธิพลของโครงการ Belt and Road ในต่างประเทศ โดยกล่าวเน้นเพียงในเรื่องของมาตรการปราบปรามการฉ้อโกงเพื่อทำให้โครงการนี้โปร่งใส

สำหรับภาพลักษณ์ของโครงการ Belt and Road ในระดับนานาชาตินั้น ถือว่าจีนประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง เพราะมีผู้นำจากประเทศอื่น ๆ เข้าร่วมการประชุมนี้มากขึ้น โดยมีความสำเร็จครั้งสำคัญอยู่ที่การลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) กับอิตาลีเมื่อเดือนที่ผ่านมา เพื่อร่วมกันพัฒนาโครงการก่อสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐานข้ามพรมแดน ซึ่งถือเป็นประเทศแรกในกลุ่ม G7 ที่ได้นำร่องข้อตกลงดังกล่าว

นอกจากนี้ นายมหาเธร์ โมฮัมหมัด นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ยังได้แสดงเสียงสนับสนุนโครงการดังกล่าวในการประชุมรอบนี้ หลังจากที่ผ่านมาได้วิจารณ์โครงการ Belt and Road มาตลอด และก่อนหน้านี้ไม่นาน ทั้งสองประเทศยังได้ตกลงกันที่จะดำเนินโครงการทางรถไฟสายชายฝั่งตะวันออกอีกครั้ง หลังจากที่ฝั่งมาเลเซียได้ตัดสินใจยุติโครงการดังกล่าวเมื่อเดือนม.ค.

ในประเด็นด้านการค้า ปธน.สีไม่ได้ระบุถึงรัฐบาลสหรัฐโดยตรงในการกล่าวเปิดการประชุม แต่ก็ได้เอ่ยถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเจรจาการค้าระหว่างสองประเทศ ทั้งในเรื่องการให้เงินอุดหนุน อุปสรรคทางการค้าที่มิใช่ภาษี ทรัพย์สินทางปัญญา และการส่งเสริมการนำเข้า ตลอดจนในเรื่องระบบการบังคับให้ปฏิบัติตามข้อตกลงทางการค้าโดยมีผลผูกพัน

นอกจากนี้ ปธน.สียังประกาศว่าจีนจะไม่จงใจปรับลดค่าเงินหยวน ซึ่งเป็นการดำเนินนโยบายในลักษณะ "ผลักเพื่อนบ้านให้เป็นยาจก (beggar-thy-neighbor policy)" โดยจีนจะยังคงปรับปรุงกลไกการกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินหยวน และรักษาเสถียรภาพโดยรวมของเงินหยวนให้อยู่ในระดับที่สมเหตุสมผลและมีความสมดุล หลังก่อนหน้านี้ สื่อต่างประเทศรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า สหรัฐเรียกร้องให้จีนรักษารักษาเสถียรภาพของค่าเงินหยวน ซึ่งข้อเรียกร้องดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน โดยความเคลื่อนไหวของสหรัฐมีเป้าหมายที่จะถ่วงดุลจีนที่พยายามจะลดค่าเงินหยวนเพื่อรับมือกับมาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าของสหรัฐ


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ