World Today: สรุปประเด็นน่าติดตามประจำวันที่ 7 ตุลาคม 2562

ข่าวเศรษฐกิจ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2562 07:53 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้น 372.68 จุด หรือ 1.42% เมื่อวันศุกร์ (4 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนคลายความวิตกที่ว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย หลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นในเดือนก.ย. และตลาดยังขานรับการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกในเดือนนี้ -- กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 136,000 ตำแหน่งในเดือนก.ย. แม้ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 145,000 ตำแหน่ง ส่วนอัตราการว่างงานลดลงสู่ระดับ 3.5% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 50 ปี และต่ำกว่าระดับ 3.7% ที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ -- นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวว่า เศรษฐกิจสหรัฐยังคงมีความแข็งแกร่ง และหน้าที่ของเฟดคือการดำเนินการเพื่อรักษาความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

-- นักลงทุนในตลาดการเงินคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก 0.25% ในการประชุมนโยบายการเงินในวันที่ 29-30 ต.ค.นี้ หลังจากที่มีการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอในภาคการผลิตและภาคบริการของสหรัฐในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าสหรัฐ-จีน

ทั้งนี้ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่า มีโอกาสราว 79.6% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมนโยบายการเงินในเดือนนี้

นายพาวเวลกล่าว หลังการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่น่าผิดหวังในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึง ตัวเลขภาคการผลิตและบริการของสหรัฐที่ซบเซา, ตัวเลขการจ้างงานในภาคเอกชนที่ชะลอตัวลง และตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่ต่ำกว่าคาด

"ในขณะที่เราเชื่อว่ากลยุทธ์และเครื่องมือของเรายังคงมีประสิทธิภาพ แต่เศรษฐกิจสหรัฐก็กำลังเผชิญกับปัจจัยความท้าทายในระยะยาว ซึ่งได้แก่ การขยายตัวในระดับต่ำ เงินเฟ้อในระดับต่ำ และอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำ" นายพาวเวลกล่าว

นอกจากนี้ ประธานเฟดยังระบุว่า เฟดกำลังทบทวนกลยุทธ์ในการบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อที่ระดับ 2%

-- นักลงทุนยังคงจับตาสถานการณ์การค้าระหว่างสหรัฐและจีนอย่างใกล้ชิด ขณะที่สื่อต่างประเทศรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า เจ้าหน้าที่จีนส่งสัญญาณว่าไม่เต็มใจที่จะข้อตกลงที่เสนอโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

ทั้งนี้ สหรัฐและจีนจะเจรจาการค้าในระดับรัฐมนตรีในวันที่ 10-11 ต.ค.นี้ ที่กรุงวอชิงตัน โดยนายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีจีน จะเป็นผู้นำคณะเจรจาการค้าของจีน

-- สื่อต่างประเทศรายงานว่า บริษัทเพย์พาลของสหรัฐซึ่งให้บริการด้านระบบชำระเงินออนไลน์เปิดเผยว่า บริษัทได้ตัดสินใจถอนตัวออกจากสมาคมลิบราแล้ว

ทั้งนี้ สมาคมลิบราเป็นองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไรที่ประกอบด้วยสมาชิก 28 ราย ซึ่งบริษัทเฟซบุ๊ก อิงค์ ได้ก่อตั้งขึ้นในเดือนมิ.ย. 2562 เพื่อดูแลการพัฒนาสกุลเงินลิบรา

เพย์พาลไม่ได้ระบุถึงเหตุผลที่เฉพาะเจาะจงของการถอนตัวออกจากสมาคมลิบราดังกล่าว โดยระบุในแถลงการณ์แต่เพียงว่า บริษัทได้ตัดสินใจที่จะยกเลิกการเข้าร่วมสมาคมลิบราในเวลานี้ เพื่อมุ่งเน้นการพัฒนาภารกิจและความสำคัญทางธุรกิจที่มีอยู่ของเพย์พาลต่อไป

-- ชาวฮ่องกงหลายหมื่นคนได้เดินประท้วงต่อต้านรัฐบาลเมื่อวานนี้ โดยผู้ประท้วงได้สวมใส่หน้ากากเพื่อคัดค้านคำสั่งห้ามกลุ่มผู้ประท้วงสวมหน้ากากเพื่อปิดบังตัวตนในการชุมนุม ขณะที่มีรายงานข่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจฮ่องกงได้ยิงก๊าซน้ำตาใส่ผู้ชุมนุม

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา นางแคร์รี ลัม ผู้ว่าการเขตปกครองพิเศษฮ่องกง ได้ประกาศการห้ามสวมหน้ากากในกลุ่มผู้ประท้วง พร้อมกับกำหนดโทษจำคุกสูงสุด 1 ปี และปรับสูงสุด 25,000 ดอลลาร์ฮ่องกง แต่จะอนุญาตให้สวมหน้ากากได้หากมีเหตุผลทางศาสนา อาชีพ หรือทางการแพทย์

-- การเจรจานิวเคลียร์ครั้งใหม่ระหว่างสหรัฐกับเกาหลีเหนือที่สต็อกโฮล์มเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมานั้น ประสบกับความล้มเหลว โดยทูตฝั่งเกาหลีเหนือได้ออกแถลงการณ์ว่า การระงับการเจรจาดังกล่าวเป็นเพราะสหรัฐ "มามือเปล่า" และยังคงไม่เปลี่ยนทัศนคติต่อเกาหลีเหนือ เมื่อประเมินจากมาตรการคว่ำบาตรและการซ้อมรบกับเกาหลีใต้

อย่างไรก็ดี โฆษกกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐ ได้ออกมาตอบโต้ว่า แถลงการณ์ของเกาหลีเหนือไม่ได้สะท้อนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นจริงระหว่างการเจรจาดังกล่าว โดยสหรัฐได้เสนอแนวคิดที่น่าสนใจมากมายและได้มีการหารือเป็นอย่างดีกับตัวแทนจากเกาหลีเหนือ

-- สำนักงานปริวรรตเงินตราแห่งรัฐของจีน (SAFE) เปิดเผยว่า ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของจีน ณ สิ้นเดือนก.ย. อยู่ที่ระดับ 3.0924 ล้านล้านดอลลาร์ ลดลงจาก ณ สิ้นเดือนส.ค.ซึ่งอยู่ที่ระดับ 3.1072 ล้านล้านดอลลาร์

นายหวัง ชุนหยิง โฆษก SAFE เปิดเผยว่า ปัจจัยที่ทำให้ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศลดลงในเดือนก.ย.นั้น มาจากหลากหลายปัจจัย ซึ่งรวมถึงปัจจัยเกี่ยวกับอัตราแลกเปลี่ยน และการเปลี่ยนแปลงของราคาสินทรัพย์

นายหวังยังกล่าวด้วยว่า ปัจจัยต่างๆ ซึ่งรวมถึงการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก นโยบายการเงินของประเทศขนาดใหญ่ สถานการณ์การค้าทั่วโลก และปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์นั้น ได้ส่งผลให้ดัชนีดอลลาร์ปรับตัวสูงขึ้น และได้ฉุดราคาราคาพันธบัตรในหลายประเทศลดลงด้วย

-- จับตาข้อมูลเศรษฐกิจในวันนี้ โดยเยอรมนีเตรียมเปิดเผยยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนส.ค. และอังกฤษเตรียมเปิดเผยดัชนีราคาบ้านเดือนก.ย.จากฮาลิแฟกซ์

ส่วนในวันพรุ่งนี้ ญี่ปุ่นเปิดเผยการใช้จ่ายภาคครัวเรือนและดุลบัญชีเดินสะพัดเดือนส.ค. ขณะที่ไฉซินเตรียมเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการเดือนก.ย.จากไฉซิน ส่วนเยอรมนีเปิดเผยการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนส.ค. ทางด้านสหรัฐเตรียมเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนก.ย.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ