World Today: ประเด็นข่าวต่างประเทศน่าติดตามวันนี้

ข่าวเศรษฐกิจ Monday February 15, 2021 09:20 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ตลาดหุ้นเอเชียเปิดในแดนบวกวันนี้ โดยได้รับปัจจัยบวกจากการประกาศข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใสของญี่ปุ่น ขณะที่ตลาดหลายแห่งยังคงปิดทำการเนื่องในเทศกาลตรุษจีน

ทั้งนี้ ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดทำการในระหว่างวันที่ 12-15 ก.พ. ส่วนตลาดหุ้นจีนปิดทำการระหว่างวันที่ 11-17 ก.พ.

-- สำนักงานคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นเปิดเผยรายงานเบื้องต้นในวันนี้ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในไตรมาส 4/2563 ขยายตัว 12.7% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นเริ่มฟื้นตัวขึ้น หลังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 นอกจากนี้ GDP ไตรมาส 4 ของญี่ปุ่นยังขยายตัวได้ดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะขยายตัวเพียง 9.5%

หากเทียบเป็นรายไตรมาส GDP ไตรมาส 4/2563 ของญี่ปุ่นขยายตัว 3.0%

ส่วนตัวเลข GDP ตลอดปี 2563 ของญี่ปุ่นหดตัวลง 4.8% ซึ่งเป็นการหดตัวครั้งแรกนับตั้งแต่ที่มีการหดตัว 5.7% ในปี 2552

-- มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดได้เริ่มทำการศึกษาเป็นครั้งแรกเพื่อประเมินความปลอดภัยและการตอบสนองด้านภูมิคุ้มกันของเด็กๆ ต่อวัคซีนต้านโรคโควิด-19 ที่ทางมหาวิทยาลัยได้พัฒนาร่วมกับบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า

มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดระบุในแถลงการณ์ที่ส่งทางอีเมลว่า การทดลองใหม่ดังกล่าวจะตัดสินว่า วัคซีนโควิดมีประสิทธิภาพหรือไม่ในการป้องกันโรคโควิด-19 ในเด็กที่มีอายุระหว่าง 6-17 ปี

ทั้งนี้ จะมีอาสาสมัครราว 300 คนเข้าร่วมการทดลองดังกล่าว และคาดว่าจะมีการฉีดวัคซีนครั้งแรกให้กับอาสาสมัครในเดือนนี้

-- นายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐ ได้เรียกร้องให้สภาคองเกรสคุมเข้มกฎหมายควบคุมอาวุธปืน โดยคำเรียกร้องดังกล่าวมีขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 3 ปีเหตุคนร้ายใช้ปืนกราดยิงในโรงเรียนมัธยมที่รัฐฟลอริดา

เมื่อ 3 ปีที่แล้ว คนร้ายได้ใช้ปืนกราดยิงในโรงเรียนมัธยม "มาจอริตี้ สโตนแมน ดั๊กลาส" ซึ่งตั้งอยู่ในเขตปาร์คแลนด์ ทางตอนเหนือของเมืองไมอามี รัฐฟลอริดาของสหรัฐ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 17 คน และบาดเจ็บจำนวนมาก โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า คนร้ายซึ่งเป็นวัยรุ่นอายุประมาณ 18 ปี ได้เข้ามอบตัวกับตำรวจแล้ว

ปธน.ไบเดน ได้เรียกร้องให้มีการตรวจสอบประวัติการขายปืนทุกรายการ ห้ามขายอาวุธร้ายแรงและที่ใส่กระสุนความจุสูง และยกเลิกความคุ้มกันทางกฎหมายสำหรับผู้ผลิตปืน

-- ฮ่องกงเตรียมผ่อนคลายมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมหลังช่วงวันหยุดตรุษจีนนี้ หลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ปรับตัวดีขึ้น

นายแมทธิว ชุง หัวหน้าเลขาธิการคณะรัฐมนตรีฮ่องกง กล่าวว่า ฮ่องกงจะผ่อนคลายมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมที่บังคับใช้ในสถานบันเทิงและร้านอาหารตั้งแต่วันพฤหัสบดีเป็นต้นไป โดยรัฐบาลค่อนข้างมั่นใจว่า สถานการณ์จะเป็นไปในทิศทางบวก แต่จะยังคงเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

ด้านฟิตเนส ร้านเสริมสวย พิพิธภัณฑ์ และโรงภาพยนตร์ จะสามารถเปิดให้บริการได้บางส่วนภายใต้ข้อกำหนดของรัฐ ส่วนร้านอาหารจะขยายระยะเวลาให้สามารถรับประทานที่ร้านได้จนถึงเวลา 22.00 น. และอนุญาตให้สามารถนั่งได้สูงสุด 4 คนต่อ 1 โต๊ะ

-- สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า บริษัทไบต์แดนซ์ (ByteDance) ของจีนกำลังเจรจาเพื่อขายกิจการของติ๊กต็อก (TikTok) ในอินเดียให้กับบริษัทแกลนซ์ (Glance) ซึ่งเป็นบริษัทคู่แข่งในอินเดีย ซึ่งเป็นความพยายามที่กอบกู้แอปวิดีโอสั้นดังกล่าวให้กลับมาเฟื่องฟูอีกครั้ง หลังจากที่ติ๊กต็อกถูกรัฐบาลอินเดียสั่งห้ามการใช้งานอย่างไม่มีกำหนด

แหล่งข่าวระบุว่า การเจรจาขายกิจการดังกล่าวเริ่มดำเนินการโดยบริษัทซอฟท์แบงก์ กรุ๊ป คอร์ปของญี่ปุ่น โดยซอฟท์แบงก์เป็นผู้สนับสนุนบริษัทอินโมบิ (InMobi) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของแกลนซ์ รวมถึงไบต์แดนซ์ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของติ๊กต็อก

-- นางเจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐเรียกร้องให้บรรดารัฐมนตรีคลังของกลุ่ม G7 ให้การสนับสนุนด้านการคลังมากขึ้น เพื่อกระตุ้นให้เศรษฐกิจฟื้นตัวจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

กระทรวงการคลังสหรัฐระบุในแถลงการณ์ว่า ในการประชุมออนไลน์ร่วมกับรมว.คลังและผู้ว่าการธนาคารของประเทศกลุ่ม G7 นั้น นางเยลเลนได้ย้ำถึงความสำคัญของการสนับสนุนด้านการคลังต่อไป เพื่อส่งเสริมการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง และยั่งยืน

-- จับตาข้อมูลเศรษฐกิจในวันนี้ โดยญี่ปุ่นมีกำหนดเปิดเผยการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนธ.ค. ขณะที่อียูเตรียมเปิดเผยดุลการค้าเดือนธ.ค. และการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนธ.ค.

ส่วนในวันพรุ่งนี้ ธนาคารกลางออสเตรเลียเปิดเผยรายงานการประชุม ขณะที่อียูมีกำหนดเปิดเผยผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 4/2563 (ประมาณการครั้งที่ 2) และเยอรมนีดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจเดือนก.พ.จากสถาบัน ZEW ทางด้านสหรัฐเตรียมเปิดเผยดัชนีภาคการผลิต (Empire State Manufacturing Index) เดือนก.พ.จากเฟดนิวยอร์ก


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ