นายหู ซูไค รองผู้อำนวยการคณะกรรมการเพื่อการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติของจีน (NDRC) เปิดเผยในวันนี้ว่า การที่จีนตัดสินใจที่จะไม่กำหนดเป้าหมายการเติบโตของเศรษฐกิจในระยะ 5 ปีนั้น จะช่วยให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายกำหนดนโยบายของจีนมีเวลามากขึ้นในการทบทวนเกี่ยวกับความไม่แน่นอนและตอบสนองต่อสถานการณ์ต่างๆที่เปลี่ยนแปลงไป
ในแผนเศรษฐกิจระยะ 5 ปี (2564-2568) ซึ่งเสนอต่อที่ประชุมสภาประชาชนแห่งชาติจีน (NPC) หรือ "ฉวนกั๋วเหรินต้า" ชุดที่ 13 ครั้งที่ 4 เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมานั้น จีนไม่ได้รวมเป้าหมายการเติบโตของเศรษฐกิจในระยะ 5 ปีไว้ด้วย ซึ่งแตกต่างเมื่อปี 2559 ที่จีนได้กำหนดเป้าหมายดังกล่าว
นายหูกล่าวว่า การที่จีนไม่ได้กำหนดเป้าหมายการเติบโตของเศรษฐกิจระยะเวลา 5 ปีนั้น จะช่วยให้จีนสามารถรับมือกับความเสี่ยงได้ง่ายขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ จะช่วยให้การพัฒนาเศรษฐกิจมีความยืดหยุ่นมากขึ้นด้วย
ทั้งนี้ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา รัฐบาลจีนได้ประกาศกำหนดเป้าหมายตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) เฉพาะปี 2564 โดยกำหนดไว้ที่ระดับกว่า 6% หลังจากจีนประสบความสำเร็จในการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19
นายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีนกล่าวต่อที่ประชุม NPC ว่า "ในการกำหนดเป้าหมาย GDP ปีนี้ เราพิจารณาถึงการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ เป้าหมายการเติบโตของ GDP ที่ระดับกว่า 6% จะช่วยให้เราสามารถทุ่มเทพลังในการส่งเสริมการปฏิรูป นวัตกรรม และการพัฒนาที่มีคุณภาพสูง" นายหลี่กล่าว
นอกจากนี้ จีนยังมีเป้าหมายที่จะสร้างงานใหม่ในพื้นที่เขตเมืองอีกกว่า 11 ล้านตำแหน่ง, ปรับลดตัวเลขขาดดุลงบประมาณต่อ GDP ลงเหลือ 3.2% อีกทั้งเพิ่มอุปสงค์ภายในประเทศและขยายการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยคาดว่าการดำเนินการดังกล่าวจะช่วยให้เศรษฐกิจจีนสามารถกลับมาขยายตัวได้เท่ากับช่วงก่อนที่โรคโควิด-19 จะแพร่ระบาด โดยในปี 2562 นั้น GDP จีนขยายตัว 6%