"เชลล์" คาดอุปสงค์ LNG ทั่วโลกจะพุ่งขึ้นมากกว่า 50% ภายในปี 2583

ข่าวเศรษฐกิจ Thursday February 15, 2024 13:44 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

เชลล์ (Shell) ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันและก๊าซของอังกฤษเปิดเผยเมื่อวานนี้ (14 ก.พ.) ว่า อุปสงค์ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ทั่วโลก จะเพิ่มขึ้นมากกว่า 50% ภายในปี 2583 เนื่องจากจีนและบรรดาประเทศในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ใช้ LNG เพื่อสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจ

เชลล์ซึ่งเป็นผู้ค้า LNG รายใหญ่ที่สุดในโลกได้ระบุในแนวโน้มตลาด LNG ประจำปี 2567 ว่า ตลาดยังคงมีโครงสร้างที่ตึงตัว โดยที่ทั้งราคาและความผันผวนของราคายังคงสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต ซึ่งจำกัดการขยายตัวของตลาด LNG

อุปสงค์ก๊าซธรรมชาติได้พุ่งถึงจุดสูงสุดในบางภูมิภาค เช่น ยุโรป, ญี่ปุ่น และออสเตรเลียในทศวรรษ 2553 อย่างไรก็ตาม อุปสงค์ก๊าซธรรมชาติทั่วโลกยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และทางเชลล์คาดการณ์ว่า จะสูงถึงประมาณ 625-685 ล้านตันต่อปีภายในปี 2583 ซึ่งต่ำกว่าที่เชลล์ได้คาดการณ์ไว้ในปี 2566 เล็กน้อย ซึ่งคาดว่าอุปสงค์ทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นเป็น 700 ล้านตันภายในปี 2583

นายสตีฟ ฮิลล์ รองประธานบริหารของเชลล์ เอเนอร์จี (Shell Energy) กล่าวว่า "แม้สถานการณ์ปัจจุบันจะค่อนข้างโอเค แต่ตลาด LNG ก็ยังคงเปราะบาง โดยตลาดมีโครงสร้างที่ตึงตัว แต่ก็ถูกปรับสมดุลจากความอ่อนแอของตลาดในระยะสั้น ซึ่งเราคาดว่า ความเปราะบางและความผันผวนจะดำเนินต่อไป"

เชลล์ระบุว่า อุปสงค์ LNG ทั่วโลกนั้นคาดว่าจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 50% ภายในปี 2583 เนื่องจากจีนและบรรดาประเทศในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ใช้ LNG เพื่อสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจ

รายงานระบุว่า จีนอาจเป็นผู้นำด้านการขยายตัวของความต้องการ LNG ในทศวรรษนี้ โดยได้รับแรงผลักดันจากความพยายามของจีนในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนโดยเปลี่ยนจากการใช้ถ่านหินไปเป็นก๊าซธรรมชาติ

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า จีนได้แซงหน้าญี่ปุ่นในฐานะผู้นำเข้า LNG ชั้นนำของโลกในปี 2566


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ