อากิระ นากะสึมะ สมาชิกพรรคพันธมิตรปฏิรูปสายกลาง (Centrist Reform Alliance) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านของญี่ปุ่น เปิดเผยว่า รัฐบาลได้สั่งการให้คลังน้ำมันสำรองแห่งชาติเตรียมความพร้อมสำหรับการระบายน้ำมันดิบออกสู่ตลาด เนื่องจากวิกฤตการณ์ในอิหร่านส่งผลกระทบต่อการจัดส่งน้ำมันดิบจากภูมิภาคตะวันออกกลาง
ญี่ปุ่นพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางสูงถึง 95% โดยประมาณ 70% ขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งถูกปิดหลังจากสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ขณะที่ปัจจุบัน ญี่ปุ่นมีน้ำมันสำรองฉุกเฉินในปริมาณที่เพียงพอต่อการบริโภคภายในประเทศได้นาน 254 วัน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในคลังสำรองที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยประกอบด้วยคลังน้ำมันของรัฐบาล ของภาคเอกชน และน้ำมันสำรองที่ถือครองร่วมกับประเทศผู้ผลิตน้ำมัน
นากะสึมะเปิดเผยกับรอยเตอร์ในวันอาทิตย์ (8 มี.ค.) ว่า เจ้าหน้าที่จากองค์การเพื่อความมั่นคงด้านโลหะและพลังงานแห่งญี่ปุ่น (JOGMEC) ประจำคลังน้ำมันสำรองแห่งชาติชิบุชิ ระบุว่าได้รับคำสั่งดังกล่าวจากสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและพลังงาน (ANRE) เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (6 มี.ค.) โดยคลังน้ำมันชิบุชิถือเป็นหนึ่งในสถานที่จัดเก็บน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญของประเทศ อย่างไรก็ตาม นากะสึมะกล่าวว่า รายละเอียดต่าง ๆ เช่น ช่วงเวลาที่แน่นอนในการระบายน้ำมันนั้น ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด
สำหรับครั้งล่าสุดที่รัฐบาลญี่ปุ่นตัดสินใจระบายน้ำมันจากคลังสำรองคือในปี 2565 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการร่วมภายใต้การนำของทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) เพื่อตอบโต้กรณีรัสเซียบุกยูเครน
ก่อนหน้านี้ สำนักข่าวเกียวโดรายงานเมื่อวันศุกร์ว่า รัฐบาลญี่ปุ่นกำลังพิจารณาที่จะนำน้ำมันสำรองบางส่วนออกมาใช้ท่ามกลางวิกฤตอิหร่านที่กำลังดำเนินอยู่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานพลังงานทั่วโลก โดยอาจดำเนินการร่วมกับประเทศอื่น หรือดำเนินการเพียงลำพัง