ธนาคารเจพีมอร์แกน (JP Morgan) เปิดเผยรายงานล่าสุดระบุว่า การส่งออกน้ำมันของอิหร่านจะหยุดชะงักและปริมาณการผลิตของประเทศจะลดลงครึ่งหนึ่ง หากสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเข้ายึดท่าเรือบนเกาะคาร์ก (Kharg Island) ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวจะกระตุ้นให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันในภูมิภาค
รายงานดังกล่าวของเจพีมอร์แกน มีขึ้นหลังจาก Axios ซึ่งเป็นสื่อออนไลน์ของสหรัฐฯ รายงานเมื่อวันที่ 7 มี.ค.ว่า คณะบริหารของรัฐบาลสหรัฐฯ ได้หารือกันเกี่ยวกับการเข้ายึดเกาะคาร์ก ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากชายฝั่งอิหร่านในอ่าวเปอร์เซียประมาณ 30 กิโลเมตร และเป็นพื้นที่จัดการการส่งออกน้ำมันดิบมากถึง 90% ของอิหร่าน
ทั้งนี้ เจพีมอร์แกนระบุว่า การโจมตีเกาะคาร์กโดยตรงจะส่งผลให้การส่งออกน้ำมันดิบส่วนใหญ่ของอิหร่านหยุดชะงักลงทันที และมีแนวโน้มที่จะกระตุ้นให้อิหร่านตอบโต้อย่างรุนแรงในช่องแคบฮอร์มุซ หรือต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในภูมิภาค
เกาะคาร์กเป็นจุดรวบรวมน้ำมันที่มาตามท่อส่งจากแหล่งผลิตที่ใหญ่ที่สุดของอิหร่าน รวมถึงแหล่งอาห์วาซ (Ahvaz), มารุน (Marun) และกาชสารัน (Gachsaran)
ข้อมูลของเจพีมอร์แกนระบุว่า ในช่วงไม่กี่วันก่อนการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล ทางการอิหร่านได้เร่งส่งออกน้ำมันจากเกาะคาร์กจนเกือบแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยมีการบรรทุกน้ำมันมากกว่า 3 ล้านบาร์เรลต่อวันในช่วงวันที่ 15-20 ก.พ. ซึ่งคิดเป็นเกือบ 3 เท่าของอัตราการส่งออกปกติที่ประมาณ 1.3 - 1.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน
ความจุในการจัดเก็บน้ำมันบนเกาะคาร์กคาดว่าอยู่ที่ประมาณ 30 ล้านบาร์เรล และจากข้อมูลของบริษัทที่ปรึกษาด้านพลังงาน Kpler ระบุว่า ปัจจุบันมีน้ำมันดิบสำรองอยู่บนเกาะแห่งนี้ประมาณ 18 ล้านบาร์เรล ซึ่งเทียบเท่ากับการส่งออกประมาณ 10-12 วันภายใต้สภาวะปกติ
อิหร่านซึ่งเป็นผู้ผลิตรายใหญ่อันดับ 3 ของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ผลิตน้ำมันประมาณ 4.5% ของอุปทานน้ำมันทั่วโลก และมีกำลังการผลิตน้ำมันดิบประมาณ 3.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน บวกกับก๊าซธรรมชาติเหลวหรือคอนเดนเสท (condensate) และเชื้อเพลิงประเภทอื่น ๆ อีก 1.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน
ในช่วงที่เกิดวิกฤตตัวประกันอิหร่านเมื่อปี 2522 จิมมี คาร์เตอร์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในเวลานั้น ได้ประกาศคว่ำบาตรอิหร่าน แต่หลีกเลี่ยงการสั่งโจมตีเกาะคาร์ก กระทั่งโรนัลด์ เรแกน ได้สืบทอดตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในช่วงที่เกิดสงครามเรือบรรทุกน้ำมันระหว่างอิหร่าน-อิรักในช่วงทศวรรษ 1980 ก็ได้ให้ความสำคัญกับการปกป้องการเดินเรือ โดยมุ่งเป้าเฉพาะเรือและฐานยิงขีปนาวุธของอิหร่าน แต่ไม่แตะต้องเกาะคาร์ก