เวียดนามขอญี่ปุ่น-เกาหลีใต้ช่วยเข้าถึงแหล่งน้ำมันดิบ หลังสงครามอิหร่านยังยืดเยื้อ

ข่าวต่างประเทศ Tuesday March 17, 2026 15:36 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าของเวียดนามเปิดเผยเมื่อวานนี้ (16 มี.ค.) ว่า เวียดนามได้ขอความช่วยเหลือจากญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ในการจัดหาแหล่งน้ำมันดิบเพื่อบรรเทาภาวะขาดแคลนในประเทศ หลังห่วงโซ่อุปทานพลังงานโลกถูกขัดขวางจากสงครามอิหร่าน

รอยเตอร์รายงานว่า เหงียน ฮว่าง ลอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าของเวียดนาม ได้ร้องขอเรื่องดังกล่าวในระหว่างการพบปะหารือกับมัตสึโอะ ทาเคฮิโกะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น และคิม จองกวาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้า อุตสาหกรรม และพลังงานของเกาหลีใต้ นอกรอบการประชุมสุดยอดความมั่นคงทางพลังงาน ที่กรุงโตเกียว เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

กระทรวงอุตสาหกรรมของเวียดนามระบุในแถลงการณ์ว่า นายลองได้ขอให้ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศที่มีบทบาทสำคัญและมีปริมาณน้ำมันดิบสำรองมหาศาล สนับสนุนเวียดนามในการจัดหาและเข้าถึงแหล่งน้ำมันดิบเพื่อตอบสนองความต้องการภายในประเทศ และได้ขอให้เกาหลีใต้สนับสนุนเวียดนามในการเข้าถึงแหล่งน้ำมันดิบเพื่ออำนวยความสะดวกในการนำเข้า ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งที่ซับซ้อนในตะวันออกกลาง

ข้อมูลระบุว่า ญี่ปุ่นมีน้ำมันสำรองใช้ได้นานถึง 254 วัน และเกาหลีใต้ใช้ได้ 208 วัน ขณะที่คลังสำรองส่วนใหญ่ในประเทศเวียดนามถือครองโดยบริษัทค้าน้ำมันรายใหญ่ที่ถูกกำหนดให้ต้องสำรองน้ำมันไว้ใช้เป็นเวลา 20 วัน ซึ่งหมายความว่าปริมาณน้ำมันในคลังส่วนใหญ่ถูกเตรียมไว้เพื่อหมุนเวียนในตลาดทันที มากกว่าที่จะเป็นการสำรองไว้ใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉินระยะยาว

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของเวียดนามสะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบรุนแรงจากสงครามอิหร่านที่ยืดเยื้อเข้าสู่สัปดาห์ที่สาม โดยรายงานระบุว่า แม้เวียดนามจะมีโรงกลั่นน้ำมันสองแห่งที่ผลิตเชื้อเพลิงตอบโจทย์ความต้องการในประเทศได้ 70% แต่ปริมาณน้ำมันดิบที่นำมากลั่นนั้น ส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าจากตะวันออกกลาง ซึ่งคิดเป็น 87% ของการนำเข้าน้ำมันทั้งหมด

ขณะเดียวกัน เวียดนามยังเตือนให้อุตสาหกรรมการบินเตรียมพร้อมรับการปรับลดเที่ยวบินตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นไป หลังจากจีนและไทยระงับการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสงครามเช่นกัน โดยเวียดนามต้องนำเข้าน้ำมันเครื่องบินถึงสองในสามของการใช้ทั้งหมดจากทั้งสองประเทศนี้

เป้าหมายเศรษฐกิจสั่นคลอน

นอกจากนี้ วิกฤตราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นกำลังคุกคามเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจของเวียดนามที่ตั้งไว้สูงถึง 10% ต่อปีในช่วงปี 2569-2573 ตามมติของสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา

ปัจจุบัน รัฐบาลเวียดนามได้ขอความร่วมมือให้ประชาชนประหยัดเชื้อเพลิง โดยสนับสนุนให้ใช้จักรยาน เดินทางร่วมกัน (carpool) หรือใช้ระบบขนส่งสาธารณะแทนรถยนต์ส่วนตัว

ด้านรัฐมนตรีเศรษฐกิจของกลุ่มอาเซียนประชุมที่ฟิลิปปินส์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เพื่อหารือเกี่ยวกับผลกระทบของความขัดแย้งนี้ โดยแสดงความกังวลว่าสงครามที่ยืดเยื้อจะกลายเป็นความท้าทายต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและเสถียรภาพความเป็นอยู่ของประชาชนนับล้านในภูมิภาค ซึ่งรุนแรงกว่าผลกระทบจากสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ