อิรักประกาศเหตุสุดวิสัย (force majeure) ต่อแหล่งน้ำมันที่ดำเนินการโดยบริษัทต่างชาติ หลังการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซถูกกระทบจนทำให้การส่งออกน้ำมันดิบของประเทศแทบหยุดชะงัก
กระทรวงน้ำมันระบุว่า การส่งออกแทบหยุดชะงัก เนื่องจากพันธมิตรต่างชาติไม่สามารถจัดหาเรือบรรทุกน้ำมันเพื่อขนส่งได้ แม้องค์การการตลาดน้ำมันของรัฐ (SOMO) จะพร้อมขนถ่ายน้ำมันก็ตาม ขณะเดียวกัน ความจุในการจัดเก็บน้ำมันใกล้เต็ม ทำให้ทางการต้องสั่งลดกำลังการผลิตในพื้นที่สัมปทานที่ได้รับผลกระทบ
การผลิตของ Basra Oil Company ลดลงเหลือประมาณ 900,000 บาร์เรลต่อวัน จากเดิมราว 3.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยปริมาณที่เหลือถูกเปลี่ยนไปใช้ในโรงกลั่นภายในประเทศ
ความตึงเครียดทางทหารในภูมิภาคได้จำกัดการเดินเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญของการขนส่งน้ำมันและก๊าซ LNG ราว 20% ของโลก ขณะที่อิรักพึ่งพาเส้นทางส่งออกทางตอนใต้ผ่านอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางหลัก จึงได้รับผลกระทบอย่างหนัก
รายงานระบุว่า การประกาศเหตุสุดวิสัยครั้งนี้เปิดทางให้ผู้ดำเนินการต่างชาติสามารถระงับภาระผูกพันตามสัญญาได้ และสะท้อนถึงความรุนแรงของการหยุดชะงักด้านอุปทาน โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่าจะมีการทบทวนสถานการณ์ตามพัฒนาการในภูมิภาค พร้อมหารือแนวทางบริหารจัดการการดำเนินงานที่จำเป็น
สถานการณ์ดังกล่าวคาดว่าจะสร้างแรงกดดันต่อฐานะการคลังของอิรัก ซึ่งพึ่งพารายได้จากการส่งออกน้ำมันเป็นหลัก และยังซ้ำเติมภาวะตึงตัวของตลาดน้ำมันโลกที่เผชิญแรงกดดันจากความขัดแย้งในภูมิภาคที่ทวีความรุนแรงขึ้น