ธนาคารโลกคาดการณ์ว่า ราคาพลังงานอาจพุ่งขึ้น 24% ในปีนี้ สู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เกิดสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนในปี 2565 อันเนื่องจากสงครามในตะวันออกกลาง ขณะที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์โดยรวมคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 16%
ทั้งนี้ ในรายงานแนวโน้มตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ฉบับล่าสุด ธนาคารโลกระบุว่า การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน และการหยุดชะงักของการขนส่งในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งรองรับการขนส่งน้ำมันดิบทางทะเลของโลกประมาณ 35% ได้ก่อให้เกิดภาวะช็อกด้านอุปทานน้ำมันครั้งใหญ่ที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยมีการลดลงของอุปทานน้ำมันโลกในช่วงแรกราว 10 ล้านบาร์เรล/วัน
ราคาปุ๋ยคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 31% ในปีนี้ โดยมีสาเหตุหลักจากราคายูเรียที่พุ่งขึ้นถึง 60% ขณะที่ราคาของโลหะพื้นฐาน เช่น อะลูมิเนียม ทองแดง และดีบุก คาดว่าจะทำสถิติสูงสุดใหม่
ส่วนราคาโลหะมีค่า คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 42% จากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่กระตุ้นความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย
รายงานยังระบุว่า ราคาสินค้าโภคภัณฑ์อาจเพิ่มสูงขึ้นอีก หากความขัดแย้งทวีความรุนแรง หรือการหยุดชะงักของอุปทานยืดเยื้อยาวนานกว่าที่คาดการณ์ไว้
นายอินเดอร์มิต กิลล์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์และรองประธานอาวุโสด้านเศรษฐศาสตร์การพัฒนาของกลุ่มธนาคารโลก กล่าวว่า สงครามกำลังกระทบเศรษฐกิจโลก พร้อมเตือนว่าประชากรที่ยากจนจะได้รับผลกระทบหนักที่สุด