ซาอุดีอาระเบียประกาศลดราคาน้ำมันดิบเกรดหลักที่จำหน่ายให้กับผู้ซื้อในตลาดเอเชียเป็นเดือนที่สองติดต่อกัน แม้ว่าส่วนต่างราคา (Premium) ของน้ำมันดิบที่ส่งไปยังตลาดที่ใหญ่ที่สุดของซาอุดีอาระเบียแห่งนี้ยังคงอยู่ใกล้ระดับสูงสุดในรอบหลายสิบปีก็ตาม
บริษัท ซาอุดี อารามโค (Saudi Aramco) ผู้ผลิตน้ำมันของรัฐบาลซาอุดีอาระเบีย จะปรับลดราคาขายน้ำมันดิบเกรด Arab Light สำหรับผู้ซื้อในเอเชียลง 6 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในเดือนก.ค. ส่งผลให้ส่วนต่างราคาของน้ำมันดิบเกรดดังกล่าวอยู่ในระดับสูงกว่าราคาอ้างอิงในภูมิภาค 9.50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งการปรับลดราคาในครั้งนี้มากกว่าที่บรรดากลุ่มโรงกลั่นและผู้ค้าคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะลดลง 5 ดอลลาร์
ตลาดน้ำมันทั่วโลกยังคงได้รับผลกระทบจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งทำให้เรือบรรทุกน้ำมันติดค้างอยู่ภายในอ่าวเปอร์เซีย และเรือเปล่าก็ไม่สามารถเข้าไปรับสินค้าใหม่ได้ ซึ่งเป็นเหตุให้ประเทศในตะวันออกกลางต้องลดกำลังการผลิตน้ำมันลงอย่างมาก รวมทั้งปิดบ่อน้ำมัน และทำให้โรงกลั่นต่าง ๆ ต้องชะลอหรือระงับการดำเนินงาน
สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้บริษัท ซาอุดี อารามโค กลายเป็นเสาหลักในการส่งออกน้ำมันดิบของกลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซีย เนื่องจากทางบริษัทได้เปลี่ยนเส้นทางการขนส่งน้ำมันผ่านท่อส่งน้ำมันที่ตัดผ่านประเทศไปยังท่าเรือยานบู (Yanbu) บริเวณทะเลแดง ซึ่งช่วยให้บริษัทสามารถจัดส่งน้ำมันได้มากถึง 70% ของปริมาณการส่งออกในช่วงก่อนเกิดสงคราม ในขณะเดียวกันก็สามารถจัดหาน้ำมันดิบให้กับโรงกลั่นต่าง ๆ บริเวณชายฝั่งตะวันตกของประเทศ
ทั้งนี้ กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันและพันธมิตร หรือโอเปกพลัส (OPEC+) มีมติเมื่อวันอาทิตย์ (7 มิ.ย.) ปรับเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันดิบ 188,000 บาร์เรลต่อวันในเดือนก.ค. นับเป็นการปรับขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4
การประกาศดังกล่าวมีขึ้นภายหลังการประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ซึ่งประกอบด้วยประเทศสมาชิกหลัก ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย รัสเซีย อิรัก คูเวต คาซัคสถาน แอลจีเรีย และโอมาน เพื่อทบทวนสถานการณ์และแนวโน้มตลาดโลก
OPEC ระบุในแถลงการณ์ว่า การปรับเพิ่มกำลังการผลิตของทั้ง 7 ประเทศสะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันในการสนับสนุนเสถียรภาพของตลาดน้ำมัน