ราคาทองคำปรับตัวขึ้นในการซื้อขายที่ตลาดเอเชียเช้าวันนี้ (4 มี.ค.) หลังจากดิ่งลงเกือบ 5% เมื่อวานนี้ โดยนักลงทุนกลับมาประเมินความต้องการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยอีกครั้ง ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่รุนแรงขึ้น ขณะเดียวกันดอลลาร์สหรัฐยังคงแข็งค่าอย่างมาก
ราคาทองคำสปอตล่าสุดเพิ่มขึ้น 1.4% แตะ 5,158.27 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ณ เวลา 08.17 น. ตามเวลาไทย ส่วนสัญญาทองคำล่วงหน้าของสหรัฐฯ ขยับขึ้น 0.8% อยู่ที่ 5,166.40 ดอลลาร์
เมื่อวานนี้ (3 มี.ค.) ราคาทองคำร่วงลง 4.5% จากแรงกดดันของดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ปรับตัวขึ้น
ดัชนีดอลลาร์สหรัฐเพิ่มขึ้น 0.2% ในการซื้อขายที่ตลาดเอเชีย หลังจากเมื่อคืนพุ่งขึ้น 0.7% แตะระดับสูงสุดในรอบ 6 สัปดาห์ โดยได้แรงหนุนจากการเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย และการคาดการณ์ที่ลดลงว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า
การแข็งค่าของดอลลาร์ส่งผลให้ทองคำมีราคาสูงขึ้นสำหรับผู้ถือสกุลเงินอื่น และอาจทำให้ความต้องการจากต่างประเทศชะลอลง
อย่างไรก็ตาม ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางยังเป็นปัจจัยหนุนตลาดทองคำ หลังสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน ส่งผลให้อิหร่านขู่ตอบโต้และสร้างความกังวลต่อเสถียรภาพในภูมิภาค โดยนักลงทุนกังวลว่าความขัดแย้งอาจกระทบต่ออุปทานพลังงาน และอาจลุกลามจนดึงประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเข้ามาเกี่ยวข้อง
ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันยังทรงตัวในระดับสูงจากความกังวลเรื่องการหยุดชะงักของอุปทาน โดยเฉพาะเส้นทางขนส่งสำคัญในอ่าวเปอร์เซีย โดยการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันยิ่งเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ทำให้แนวโน้มนโยบายการเงินของธนาคารกลางทั่วโลกมีความซับซ้อนมากขึ้น และช่วยเสริมความน่าสนใจของทองคำในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง
นักวิเคราะห์มองว่า ขณะนี้ราคาทองคำได้รับอิทธิพลจากปัจจัยที่สวนทางกัน ระหว่างแรงซื้อเพื่อความปลอดภัยจากความไม่แน่นอนทางการเมือง กับแรงกดดันจากดอลลาร์ที่แข็งค่าและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่อยู่ในระดับสูง