สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบติดต่อกันเป็นวันที่ 3 ในวันพุธ (29 เม.ย.) โดยตลาดยังคงถูกกดดันจากความกังวลว่าสงครามอิหร่านอาจยืดเยื้อและผลักดันราคาน้ำมันพุ่งขึ้น ซึ่งจะทำให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นด้วย ขณะที่นักลงทุนจับตาผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) โดยตลาดทองคำนิวยอร์กปิดทำการซื้อขายก่อนที่คณะกรรมการเฟดจะประกาศผลการประชุมนโยบายการเงิน
ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. ลดลง 46.90 ดอลลาร์ หรือ -1.02% ปิดที่ 4,561.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์
หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล (WSJ) รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้สั่งการให้คณะบริหารของเขาเตรียมพร้อมสำหรับการขยายเวลาการปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน โดยปธน.ทรัมป์เลือกที่จะเดินหน้ากดดันอิหร่านทั้งในด้านเศรษฐกิจและการส่งออกน้ำมัน ด้วยการขัดขวางการขนส่งสินค้าทางเรือทั้งขาเข้าและขาออกจากท่าเรืออิหร่าน
ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นหลังจากทำเนียบขาวออกมายืนยันรายงานข่าวดังกล่าว นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวรายหนึ่งเปิดเผยว่า ปธน.ทรัมป์ได้พบปะกับผู้บริหารระดับสูงของบริษัทเชฟรอนและบริษัทพลังงานรายอื่น ๆ เพื่อหารือเกี่ยวกับขั้นตอนที่เป็นไปได้ในการลดความตื่นตระหนกในตลาดน้ำมัน ในกรณีที่การปิดล้อมท่าเรืออิหร่านยังคงยืดเยื้อต่อไปอีกหลายเดือน
สถานการณ์ดังกล่าวยิ่งเพิ่มความกังวลว่าการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันในตะวันออกกลางอาจยืดเยื้อยาวนาน และทำให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอีก ซึ่งจะส่งผลให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นด้วย
คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของเฟดมีมติ 8 ต่อ 4 ให้คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมเมื่อวันพุธ โดยสมาชิก FOMC จำนวน 8 รายเห็นด้วยกับการคงอัตราดอกเบี้ย ขณะที่ 4 รายลงมติไม่เห็นด้วยกับเสียงส่วนใหญ่ โดยสตีเฟน มิแรน โหวตให้เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ขณะที่อีก 3 ราย ได้แก่ เบธ แฮมแมค, นีล แคชคารี และลอรี โลแกน สนับสนุนการคงอัตราดอกเบี้ย แต่ไม่เห็นด้วยกับการส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายในแถลงการณ์ของเฟด
ผลการประชุมดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า การประชุมเฟดครั้งนี้เป็นการประชุมที่มีเสียงแตกมากที่สุดในรอบกว่า 30 ปี ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับราคาพลังงานที่สูงขึ้นอันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
ด้านสภาทองคำโลก (WGC) เปิดเผยว่า ความต้องการทองคำทั่วโลกเพิ่มขึ้น 2% ในไตรมาส 1 ปี 2569 โดยได้แรงหนุนจากการซื้อทองคำแท่งและเหรียญทองคำที่พุ่งสูงขึ้น รวมถึงการซื้อทองคำของธนาคารกลางที่เพิ่มขึ้น 3% ซึ่งช่วยชดเชยความต้องการอัญมณีที่ลดลง 23%