ราคาทองคำปรับตัวลงในการซื้อขายที่ตลาดเอเชียช่วงเช้าวันนี้ (28 พ.ค.) หลังการโจมตีอิหร่านรอบใหม่ของสหรัฐฯ ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้น และเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น
ราคาทองยังคงเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ๆ ต่อเนื่องตลอด 10 วันที่ผ่านมา โดยได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของดอลลาร์ และการปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ท่ามกลางความกังวลว่า หากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยืดเยื้อ อาจส่งผลกระทบต่อแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ
ราคาทองสปอตลดลง 0.4% สู่ระดับ 4,438.92 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ณ เวลา 08.16 น. ตามเวลาไทย ขณะที่สัญญาทองคำล่วงหน้าลดลง 0.3% สู่ระดับ 4,467.57 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองสปอตยังเคลื่อนไหวในกรอบ 4,4004,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ตั้งแต่กลางเดือนพ.ค.
ความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์อิหร่านยังคงเป็นปัจจัยหลัก หลังมีรายงานว่าสหรัฐฯ โจมตีเป้าหมายในอิหร่านเพิ่มเติมในช่วงเช้าวันนี้ ซึ่งถือเป็นการโจมตีครั้งที่สองในรอบสัปดาห์ และยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อข้อตกลงหยุดยิงที่ยังเปราะบางอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม รายงานที่อ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่า ข้อตกลงหยุดยิงยังคงมีผล และการโจมตีดังกล่าวเป็นการดำเนินการในลักษณะ "ป้องกันตนเอง" ขณะที่ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นสูงสุดราว 2% ในวันนี้ โดยฟื้นตัวบางส่วนจากการร่วงลงอย่างหนักเมื่อวานนี้
ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ปฏิเสธรายงานที่ระบุว่า มีกรอบข้อตกลงเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซภายใน 30 วัน รวมถึงปฏิเสธแนวคิดที่ว่าอิหร่านและโอมานจะร่วมกันควบคุมเส้นทางเดินเรือดังกล่าว โดยช่องแคบฮอร์มุซยังคงเป็นจุดจับตาสำคัญ แม้มีรายงานว่าการเดินเรือยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่อง แต่ปริมาณยังต่ำกว่าระดับก่อนสงครามมาก
นอกเหนือจากสถานการณ์ความขัดแย้ง นักลงทุนยังจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ของสหรัฐฯ ประจำเดือนเมษายนในวันนี้ ซึ่งดัชนี PCE เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ให้ความสำคัญ และมีผลต่อแนวโน้มอัตราดอกเบี้ย
ทั้งนี้ ความกังวลที่ว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อจากสงครามอิหร่านอาจทำให้เฟดคงอัตราดอกเบี้ย หรืออาจต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยในช่วงปลายปีนั้น ส่งผลกดดันราคาทองคำ เนื่องจากทองคำมักให้ผลตอบแทนไม่ดีในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูง