สัญญาทองแดงตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงในวันพุธ (27 พ.ค.) โดยอ่อนตัวลงจากระดับสูงสุดในรอบ 1 สัปดาห์ ท่ามกลางความหวังว่า การขนส่งสินค้าผ่านอ่าวเปอร์เซียจะกลับมาฟื้นตัวได้อีกครั้ง
สัญญาทองแดงตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 5.70 เซนต์ หรือ -0.89% ปิดที่ 6.3400 ดอลลาร์/ปอนด์
สถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลอิหร่านรายงานว่า อิหร่านได้รับร่างบันทึกความเข้าใจ (MoU) ฉบับเบื้องต้นกับสหรัฐฯ เกี่ยวกับการยุติความขัดแย้งระหว่างทั้งสองฝ่าย โดยภายใต้กรอบดังกล่าว อิหร่านจะฟื้นฟูการเดินเรือเชิงพาณิชย์ผ่านช่องแคบฮอร์มุซให้กลับสู่ระดับก่อนเกิดสงครามภายในระยะเวลา 1 เดือน ขณะที่สหรัฐฯ จะถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่ใกล้อิหร่าน และยกเลิกการปิดล้อมทางทะเล
นอกจากนี้ รายงานยังระบุว่า หากสามารถบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายภายในเวลา 60 วัน ข้อตกลงดังกล่าวอาจได้รับการรับรองเป็นมติผูกพันของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ
อย่างไรก็ตาม ทำเนียบขาวออกแถลงการณ์ระบุว่า รายงานของสื่ออิหร่านเกี่ยวกับร่าง MoU ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านนั้น ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด และบันทึกความเข้าใจที่อิหร่านเผยแพร่ ก็เป็นเรื่องแต่งขึ้นทั้งหมด และไม่ควรมีใครเชื่อสิ่งที่สื่อรัฐบาลอิหร่านเผยแพร่
ถึงกระนั้น แนวโน้มที่กลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ (GCC) ซึ่งเป็นแหล่งวัตถุดิบรายใหญ่ จะสามารถกลับมาส่งออกกำมะถันและกรดซัลฟิวริกได้อีกครั้ง ก็ทำให้หลายฝ่ายมีความหวังว่า บรรดาผู้ผลิตทองแดงจะสามารถหาวัตถุดิบมาป้อนกระบวนการผลิตได้ตามเดิม
ภาวะอุปทานตึงตัวของวัตถุดิบดังกล่าว ซึ่งโรงกลั่นต้องใช้ในกระบวนการชะละลายแร่แบบกองและทำทองแดงให้บริสุทธิ์เพื่อผลิตทองแดงแอโนดนั้น ได้ส่งผลให้ทางการจีนต้องสั่งระงับการส่งออกเอาไว้ก่อน
ผลกระทบจากปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบในชิลี ซึ่งเป็นผู้ผลิตทองแดงเบอร์หนึ่งของโลก ยังบีบให้โรงกลั่นรายใหญ่หลายแห่งจำต้องลดกำลังการผลิตและหั่นปริมาณทองแดงที่จะป้อนเข้าสู่ตลาดอีกด้วย
ขณะเดียวกัน ปริมาณอุปทานทองแดงจากบริษัท โคเดลโก (Codelco) ก็เสี่ยงที่จะลดลงไปอีก เนื่องจากทางบริษัทตั้งเป้าที่จะลดต้นทุนลงราว 2 พันล้านดอลลาร์