อินเดียประกาศระงับการส่งออกน้ำตาลเพื่อควบคุมราคาสินค้าภายในประเทศ โดยให้มีผลทันที ตั้งแต่วันพุธ (13 พ.ค.) จนถึงวันที่ 30 ก.ย. 2569 หรือจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่า มาตรการนี้จะช่วยพยุงราคาน้ำตาลทรายขาวและน้ำตาลทรายดิบในตลาดโลก พร้อมเปิดโอกาสให้บราซิลและไทย ซึ่งเป็นคู่แข่งรายสำคัญ ส่งออกน้ำตาลไปยังกลุ่มผู้ซื้อในเอเชียและแอฟริกาได้มากขึ้น
ก่อนหน้านี้ อินเดียซึ่งส่งออกน้ำตาลมากที่สุดเป็นอันดับ 2 รองจากบราซิล เคยอนุญาตให้ส่งออกน้ำตาลได้ 1.59 ล้านตัน เนื่องจากคาดว่าผลผลิตจะล้นตลาด อย่างไรก็ดี ล่าสุด รัฐบาลประเมินว่าผลผลิตจะต่ำกว่าความต้องการบริโภคติดต่อกันเป็นปีที่สอง เพราะผลผลิตอ้อยต่อไร่ในแหล่งเพาะปลูกสำคัญลดลง นอกจากนี้ ปรากฏการณ์เอลนีโญที่อาจกระทบฤดูมรสุมปีนี้ ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงที่ผลผลิตฤดูกาลหน้าจะลดลงต่ำกว่าที่ประเมินไว้เบื้องต้น
ตัวแทนจำหน่ายเผยว่า จากโควตาส่งออก 1.59 ล้านเมตริกตันดังกล่าว ผู้ค้าเซ็นสัญญาไปแล้วราว 800,000 ตัน และส่งมอบสินค้าไปแล้วกว่า 600,000 ตัน โดยตัวแทนจำหน่ายรายหนึ่งในมุมไบกล่าวว่า รัฐบาลเพิ่งให้โควตาส่งออกเพิ่มเมื่อเดือนก.พ. ทำให้ผู้ค้าแห่เซ็นสัญญาจำนวนมาก จนตอนนี้กลายเป็นปัญหาในการส่งมอบสินค้าตามคำสั่งซื้อ
ทั้งนี้ ภายใต้คำสั่งดังกล่าว รัฐบาลอินเดียห้ามส่งออกทั้งน้ำตาลทรายดิบและน้ำตาลทรายขาว แต่ยังอนุญาตให้ส่งสินค้าที่อยู่ระหว่างดำเนินการได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด เช่น สินค้าที่เริ่มบรรทุกก่อนประกาศในรัฐกิจจานุเบกษา หรือกรณีที่ยื่นใบขนสินค้าและเรือเข้าเทียบท่าหรือทอดสมอที่ท่าเรืออินเดียแล้ว รวมถึงสินค้าที่ส่งมอบให้ศุลกากรหรือผู้เก็บรักษาเรียบร้อยแล้วก่อนประกาศฉบับนี้ออก
หลังอินเดียประกาศห้ามส่งออก สัญญาล่วงหน้าน้ำตาลทรายดิบตลาดนิวยอร์กพุ่งขึ้นกว่า 2% และสัญญาล่วงหน้าน้ำตาลทรายขาวตลาดลอนดอนพุ่งขึ้น 3%