ทำเนียบขาวของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า จีนตกลงซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ มูลค่าอย่างน้อย 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อปี ไปจนถึงปี 2571 ภายหลังการหารือระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ณ กรุงปักกิ่ง เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
ทำเนียบขาวเปิดเผยในวันอาทิตย์ (17 พ.ค.) ตามเวลาท้องถิ่นว่า การนำเข้าสินค้าเกษตรดังกล่าวจะเพิ่มเติมจากการซื้อถั่วเหลืองที่ทั้งสองฝ่ายเคยตกลงกันไว้เมื่อปลายปี 2568 ซึ่งเป็นความพยายามลดความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสองประเทศ โดยจีนซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐฯ ไปแล้ว 12 ล้านเมตริกตัน ขณะที่สหรัฐฯ ระบุว่าจีนจะซื้อถั่วเหลือง 25 ล้านตันต่อปีเป็นเวลา 3 ปี
ก่อนหน้านี้ในวันเสาร์ (16 พ.ค.) กระทรวงพาณิชย์จีนระบุว่า ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะดำเนินมาตรการหลายด้าน รวมถึงการลดภาษีสินค้าบางรายการแบบต่างตอบแทน อย่างไรก็ตาม จีนยังไม่ได้เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติม โดยระบุว่าทีมเจรจาของทั้งสองประเทศยังคงหารือในรายละเอียด ขณะที่ทางสหรัฐฯ ก็ไม่ได้กล่าวถึงรายละเอียดด้านภาษีเช่นกัน
นอกจากนี้ ภายหลังการหารือของผู้นำสองชาติ จีนได้กลับมาเปิดตลาดนำเข้าเนื้อวัวจากสหรัฐฯ อีกครั้ง ด้วยการต่ออายุการขึ้นทะเบียนโรงงานผลิตเนื้อวัวของสหรัฐฯ มากกว่า 400 แห่งที่เคยหมดอายุไปก่อนหน้านี้ พร้อมทั้งเตรียมประสานงานกับหน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐฯ เพื่อรื้อฟื้นการนำเข้าสัตว์ปีกจากสหรัฐฯ
กระทรวงพาณิชย์จีนระบุว่า ผลการหารือสะท้อนว่าทั้งสองประเทศยังสามารถหาทางออกผ่านการเจรจาและความร่วมมือได้ พร้อมเปิดเผยว่า หลายประเด็นได้มีการหารือล่วงหน้าในการเจรจาการค้าที่เกาหลีใต้ ก่อนการพบกันระหว่างผู้นำของทั้งสองประเทศ
การเดินทางเยือนจีนของทรัมป์ครั้งนี้ นับเป็นการเยือนจีนครั้งแรกของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในรอบเกือบ 10 ปี โดยทั้งสองฝ่ายส่งสัญญาณเชิงบวกต่อความสัมพันธ์ทวิภาคี