สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 4% ในวันจันทร์ (2 ก.พ.) หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เปิดเผยว่า ทางการอิหร่านกำลังเจรจาอย่างจริงจังกับสหรัฐฯ ซึ่งส่งสัญญาณว่าสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านซึ่งเป็นสมาชิกกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) เริ่มลดน้อยลง นอกจากนี้ การแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์และการคาดการณ์สภาพอากาศที่อบอุ่นขึ้นนั้น ยังเป็นอีกปัจจัยที่กดดันราคาน้ำมัน
ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมี.ค. ลดลง 3.07 ดอลลาร์ หรือ 4.71% ปิดที่ 62.14 ดอลลาร์/บาร์เรล
ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนมี.ค. ลดลง 3.02 ดอลลาร์ หรือ 4.36% ปิดที่ 66.30 ดอลลาร์/บาร์เรล
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า สตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษของปธน.ทรัมป์ และอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน จะพบกันในวันศุกร์นี้ (6 ก.พ.) ที่นครอิสตันบูล ประเทศตุรกี เพื่อหารือเกี่ยวกับข้อตกลงนิวเคลียร์ รวมทั้งประเด็นอื่น ๆ โดยการประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อรับฟังว่าอิหร่านมีข้อเสนอหรือมุมมองอย่างไร
การเปิดเผยของเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ สอดคล้องกับที่ปธน.ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวบนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (31 ม.ค.) ว่า ทางการอิหร่านกำลังพูดคุยอย่างจริงจังกับสหรัฐฯ ซึ่งการเปิดเผยของปธน.ทรัมป์เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากอาลี ลาริจานี เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงระดับสูงของอิหร่านกล่าวว่ากำลังเตรียมการเจรจากับทางสหรัฐฯ
ด้านสำนักข่าวฟาร์สของการของอิหร่านรายงานล่าสุดในวันจันทร์ว่า ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ผู้นำอิหร่าน ได้สั่งการให้เริ่มต้นการเจรจากับสหรัฐฯ เกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งสัญญาณว่าสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ เริ่มบรรเทาลง และทำให้ความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะชะงักงันด้านอุปทานน้ำมันลดน้อยลงด้วย โดยอิหร่านเป็นผู้ผลิตน้ำมันดิบรายใหญ่อันดับ 3 ในกลุ่มโอเปก รองจากซาอุดีอาระเบียและอิรัก ในปี 2568
ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากสกุลเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น หลังจากปธน.ทรัมป์เสนอชื่อเควิน วอร์ช อดีตผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ให้ดำรงตำแหน่งประธานเฟด สืบต่อจากเจอโรม พาวเวล ประธานเฟดคนปัจจุบัน
ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.67% แตะที่ระดับ 97.635 ส่งผลให้สัญญาน้ำมันดิบซึ่งกำหนดราคาเป็นดอลลาร์นั้น มีราคาแพงขึ้นและไม่น่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่น ๆ
นักวิเคราะห์จาก Ritterbusch and Associates กล่าวว่า การคาดการณ์สภาพอากาศที่อบอุ่นขึ้นในสหรัฐฯ ยังเป็นอีกปัจจัยที่กดดันราคาน้ำมัน โดยราคาสัญญาน้ำมันดีเซลซึ่งเป็นเชื้อเพลิงที่ใช้ในการทำความร้อนและการผลิตไฟฟ้า ร่วงลงกว่า 6%