ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกดีดตัวขึ้นในวันนี้ โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทะลุระดับ 107 ดอลลาร์/บาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมัน WTI ทะลุ 101 ดอลลาร์ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับภาวะชะงักงันของการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐและอิหร่าน
ณ เวลา 20.53 น.ตามเวลาไทย ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือนมิ.ย. บวก 3.38 ดอลลาร์ หรือ 3.45% สู่ระดับ 101.45 ดอลลาร์/บาร์เรล
ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ส่งมอบเดือนก.ค. บวก 3.62 ดอลลาร์ หรือ 3.40% สู่ระดับ 107.83 ดอลลาร์/บาร์เรล
ราคาน้ำมันดิบ WTI และเบรนท์ พุ่งขึ้นกว่า 40% นับตั้งแต่สหรัฐและอิสราเอลเปิดฉากทำสงครามต่ออิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ.
รัฐบาลออสเตรเลียได้จัดทำการวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมันในงบประมาณประจำปี โดยคาดการณ์ว่า ในกรณีที่สงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่านทวีความรุนแรง จะทำให้ราคาน้ำมันพุ่งแตะระดับ 200 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะปั่นป่วน
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ปฏิเสธคำตอบของอิหร่านต่อข้อเสนอของสหรัฐในการยุติสงคราม และเตือนว่า ข้อตกลงหยุดยิงกำลังอยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยงอย่างหนัก ราวกับต้องอาศัยเครื่องช่วยหายใจ
นายเฮนรี วิลกินสัน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายข่าวกรองของบริษัท Dragonfly ซึ่งเป็นบริษัทด้านข่าวกรองภูมิรัฐศาสตร์และความมั่นคง กล่าวกับสำนักข่าว CNBC ว่า 'มีความเป็นไปได้อย่างแน่นอนที่จะมีการยกระดับความขัดแย้งขึ้นอีกครั้งในสงครามอิหร่าน'
เขาเสริมว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ อาจขอให้ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน กดดันอิหร่านให้ยอมรับเงื่อนไขของสหรัฐ ในระหว่างที่ผู้นำทั้งสองพบกันในสัปดาห์นี้
นายอามิน นัสเซอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Saudi Aramco ระบุเตือนว่า ตลาดน้ำมันจะต้องใช้เวลาจนถึงปีหน้า จึงจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ หากช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดเกินกว่ากลางเดือนมิ.ย.
'หากช่องแคบฮอร์มุซเปิดวันนี้ ตลาดก็ยังต้องใช้เวลาหลายเดือนในการปรับสมดุลอีกครั้ง และหากการเปิดช่องแคบล่าช้าออกไปอีกหลายสัปดาห์ การกลับสู่ภาวะปกติก็จะยืดเยื้อไปจนถึงปีหน้า' นายนัสเซอร์กล่าว