สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 4% ในวันอังคาร (12 พ.ค.) เนื่องจากสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงมีความเห็นที่แตกต่างกันเกี่ยวกับข้อเสนอเพื่อยุติสงคราม ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดความกังวลว่าภาวะชะงักงันของอุปทานน้ำมันซึ่งส่งผลกระทบต่อตลาดน้ำมันโลกในขณะนี้ จะยืดเยื้อออกไปอีก
ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 4.11 ดอลลาร์ หรือ 4.19% ปิดที่ 102.18 ดอลลาร์/บาร์เรล
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 3.56 ดอลลาร์ หรือ 3.42% ปิดที่ 107.77 ดอลลาร์/บาร์เรล
สงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านซึ่งล่วงเข้าสู่สัปดาห์ที่ 11 ยังไม่มีวี่แววว่าจะหาข้อยุติได้ในระยะอันใกล้ โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตือนว่าข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านกำลังอยู่ในภาวะที่เปราะบางอย่างมาก พร้อมกับปฏิเสธข้อเสนอของอิหร่านในการยุติสงคราม โดยข้อเสนอเหล่านี้รวมถึงการที่อิหร่านเรียกร้องให้สหรัฐฯ ชดเชยความเสียหายจากสงคราม ยอมรับอธิปไตยของอิหร่านเหนือช่องแคบฮอร์มุซ ยุติมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน และยกเลิกการอายัดทรัพย์สินของอิหร่าน
ด้านโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่านได้โพสต์ข้อความตอบโต้บนแพลตฟอร์ม X หลังจากปธน.ทรัมป์ปฏิเสธข้อเสนอของอิหร่าน โดยกล่าวว่าสหรัฐฯ ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องยอมรับสิทธิของประชาชนชาวอิหร่าน ตามที่ระบุไว้ในข้อเสนอ 14 ข้อที่อิหร่านได้เสนอไป พร้อมกับเตือนว่าการใช้แนวทางอื่นมีแต่จะประสบความล้มเหลว และยิ่งสหรัฐฯ ถ่วงเวลาออกไปนานเท่าใด ผู้เสียภาษีชาวอเมริกันก็จะต้องจ่ายมากขึ้นเท่านั้น
นอกจากนี้ กาลีบาฟเตือนว่า กองทัพอิหร่านพร้อมตอบโต้เพื่อสั่งสอนเป็นบทเรียนต่อการรุกรานของสหรัฐฯ
สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) ระบุว่า ขณะนี้ EIA คาดการณ์ว่าช่องแคบฮอร์มุซจะถูกปิดไปจนถึงช่วงปลายเดือนพ.ค. ซึ่งจะนำไปสู่การสูญเสียอุปทานน้ำมันและก๊าซจากตะวันออกกลางในปริมาณที่มากกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ โดยก่อนหน้านี้ EIA คาดการณ์ว่าช่องแคบฮอร์มุซจะปิดจนถึงปลายเดือนเม.ย.เท่านั้น
ขณะเดียวกัน EIA เตือนว่า แม้หลังจากที่การขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซกลับมาดำเนินต่อได้อีกครั้ง แต่ก็จะต้องใช้เวลาอย่างน้อยจนถึงปลายปี 2569 หรือต้นปี 2570 กว่าที่การผลิตน้ำมันและการค้าจะกลับสู่ระดับก่อนเกิดความขัดแย้ง
นักลงทุนจับตาการประชุมสุดยอดระหว่างปธน.ทรัมป์ และปธน.สี จิ้นผิง ผู้นำจีน ในวันที่ 14-15 พ.ค.นี้อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินท่าทีของผู้นำทั้งสอง หลังจากสหรัฐฯ ได้คว่ำบาตรบุคคลและนิติบุคคลจำนวน 12 รายที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการขายน้ำมันของอิหร่านให้แก่จีน