สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 5% ในวันพุธ (20 พ.ค.) หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวว่า การเจรจากับอิหร่านกำลังอยู่ในขั้นตอนสุดท้าย อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงระมัดระวังเกี่ยวกับผลลัพธ์ของการเจรจาสันติภาพระหว่างสองประเทศ ขณะที่อุปทานน้ำมันในตะวันออกกลางยังคงอยู่ในภาวะชะงักงัน
ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 5.89 ดอลลาร์ หรือ 5.66% ปิดที่ 98.26 ดอลลาร์/บาร์เรล
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 6.26 ดอลลาร์ หรือ 5.63% ปิดที่ 105.02 ดอลลาร์/บาร์เรล
ปธน.ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวในวันพุธว่า การเจรจากับอิหร่านกำลังอยู่ในสู่ขั้นตอนสุดท้าย พร้อมทั้งเตือนว่า อาจมีการโจมตีครั้งใหม่ หากอิหร่านไม่ยอมทำข้อตกลง
"เรากำลังอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายกับอิหร่าน เราจะให้โอกาสอีกครั้งหนึ่ง ผมไม่ได้รีบร้อน และโดยหลักการแล้ว ผมอยากเห็นคนเสียชีวิตน้อย มากกว่าจะเห็นคนเสียชีวิตจำนวนมาก" ปธน.ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าว
ด้านเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่า สหรัฐฯ และอิหร่านมีความคืบหน้าในการเจรจา โดยทั้งสองฝ่ายไม่ต้องการกลับมาใช้ปฏิบัติการทางทหารอีกครั้ง
ขณะที่เอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านกล่าวว่า อิหร่านพร้อมที่จะพัฒนาระเบียบการสำหรับการสัญจรทางเรืออย่างปลอดภัยโดยร่วมมือกับประเทศชายฝั่งอื่น ๆ โดยไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม
แม้จะมีสัญญาณของความคืบหน้า แต่นักลงทุนและนักวิเคราะห์บางส่วนยังคงระมัดระวังเกี่ยวกับผลลัพธ์ของการเจรจา โดยนักวิเคราะห์จาก Fujitomi Securities กล่าวว่า นักลงทุนกำลังจับตาดูว่า สหรัฐฯ และอิหร่านจะสามารถหาจุดร่วมและบรรลุข้อตกลงสันติภาพได้จริงหรือไม่ เนื่องจากท่าทีของสหรัฐฯ เปลี่ยนแปลงแทบทุกวัน พร้อมกับกล่าวว่าราคาน้ำมันมีแนวโน้มจะยังคงอยู่ในระดับสูง เพราะยังมีความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะโจมตีอิหร่านอีกครั้ง และแม้จะมีข้อตกลงสันติภาพ แต่อุปทานน้ำมันดิบก็คงจะไม่สามารถกลับสู่ระดับก่อนเกิดสงครามได้อย่างรวดเร็ว
ซิตี้กรุ๊ปคาดการณ์ว่า ราคาน้ำมันดิบเบรนต์อาจพุ่งขึ้นสู่ระดับ 120 ดอลลาร์/บาร์เรล โดยระบุว่า ตลาดน้ำมันได้ประเมินความเสี่ยงจากการหยุดชะงักของอุปทานในระยะยาว รวมทั้งความเสี่ยงรุนแรงอื่น ๆ ต่ำเกินไป
สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบลดลง 7.8 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 15 พ.ค. ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าลดลงเพียง 2.5 ล้านบาร์เรล
ส่วนสต็อกน้ำมันเบนซินลดลง 1.5 ล้านบาร์เรล และสต็อกน้ำมันกลั่นซึ่งรวมถึงฮีตติ้งออยล์และน้ำมันดีเซล เพิ่มขึ้น 372,000 บาร์เรล