ยุโรปเดือด คลื่นความร้อนรุนแรงทำยอดเสียชีวิตพุ่ง ไฟป่ามาเร็วกว่าปกติในหลายประเทศ

ข่าวต่างประเทศ Sunday July 5, 2026 10:45 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

คลื่นความร้อนรุนแรงที่แผ่ไปทั่วยุโรปเมื่อช่วงปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ได้ก่อให้เกิดวิกฤตด้านสาธารณสุขครั้งใหญ่ พร้อมทั้งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าอย่างรวดเร็ว โดยอุณหภูมิที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ส่งผลให้มียอดผู้เสียชีวิตส่วนเกิน (excess deaths) เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในหลายประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ ขณะเดียวกัน ภาวะภัยแล้งที่ยืดเยื้อส่งผลให้ดินและพืชพรรณแห้งจนกลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดี นำไปสู่ฤดูกาลไฟป่าที่มาเยือนเร็วกว่าปกติและสร้างความเสียหายอย่างหนัก

ข้อมูลเบื้องต้นระบุถึงสถานการณ์ความสูญเสียในแต่ละประเทศ ดังนี้:

  • ฝรั่งเศส: พบผู้เสียชีวิตส่วนเกินอย่างน้อย 2,025 ราย ในช่วงสัปดาห์วันที่ 22-28 มิถุนายน โดย 85% ของผู้เสียชีวิตจากความร้อนเป็นผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป
  • เบลเยียม: บันทึกยอดผู้เสียส่วนเกินได้ 1,222 ราย ระหว่างวันที่ 18-29 มิถุนายน คิดเป็นอัตราการเสียชีวิตส่วนเกินที่เพิ่มขึ้นถึง 39%
  • สเปน: ระบบเฝ้าระวังอัตราการเสียชีวิตรายวันระบุว่า อุณหภูมิที่สูงผิดปกติในเดือนมิถุนายนเป็นสาเหตุให้มีผู้เสียชีวิตส่วนเกินถึง 1,029 ราย
  • เนเธอร์แลนด์: พบผู้เสียชีวิตส่วนเกินราว 480 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้สูงอายุ

    ทั้งนี้ การเสียชีวิตส่วนเกิน (excess death) คือจำนวนผู้เสียชีวิตที่เกิดขึ้นจริงในช่วงเวลาหนึ่ง เปรียบเทียบกับจำนวนการเสียชีวิตที่คาดการณ์ไว้ในภาวะปกติ เป็นดัชนีชี้วัดผลกระทบจากวิกฤตการณ์ต่าง ๆ เช่น โรคระบาด หรือสภาพอากาศสุดขั้ว

ผลกระทบต่อสุขภาพไม่ได้เกิดจากอุณหภูมิที่ร้อนจัดในช่วงกลางวันเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวอย่างต่อเนื่องในตอนกลางคืนด้วย โดยทางการฝรั่งเศสระบุว่า นี่คือคลื่นความร้อนที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยบันทึกไว้ในฝรั่งเศสแผ่นดินใหญ่และเกาะคอร์ซิกา ซึ่งอุณหภูมิเฉลี่ยทั่วประเทศตลอด 24 ชั่วโมงพุ่งสูงเกิน 30 องศาเซลเซียสเป็นครั้งแรก สภาพอากาศที่ร้อนจัดในตอนกลางคืนทำให้ร่างกายไม่สามารถฟื้นตัวจากความร้อนที่สะสมมาตลอดทั้งวันได้

นักวิเคราะห์ชี้ว่า มีปัจจัยเชิงโครงสร้างหลายประการที่ยิ่งซ้ำเติมให้ผลกระทบจากความร้อนรุนแรงจนถึงแก่ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ การอยู่อาศัยอย่างโดดเดี่ยว บ้านเรือนที่มีระบบฉนวนกันความร้อนไม่ดี การเข้าถึงเครื่องปรับอากาศที่จำกัด และปรากฎการณ์โดมความร้อน หรือเกาะความร้อน (urban heat island effect) ยิ่งไปกว่านั้น อาคารหลายแห่งในยุโรปเหนือถูกออกแบบมาเพื่อกักเก็บความร้อนมากกว่าการระบายความร้อน

ไฟป่าปะทุเร็วกว่าปกติทั่วทวีป

สภาพอากาศที่ร้อนจัดอย่างต่อเนื่องและปริมาณน้ำฝนที่น้อยมาก ทำให้พืชพรรณและดินแห้งแล้งจนติดไฟได้ง่าย ส่งผลให้ฤดูกาลไฟป่าในหลายประเทศเริ่มต้นเร็วกว่าปกติอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

  • ฝรั่งเศส: เกิดไฟป่าแล้วประมาณ 7,000 ครั้งนับตั้งแต่เริ่มฤดูร้อน เผาไหม้พื้นที่ไปเกือบ 8,700 เฮกตาร์ โดยเหตุรุนแรงที่สุดกระจุกตัวอยู่ทางตอนใต้ ทางการระบุว่าฤดูกาลไฟป่าปีนี้มาเร็วกว่าปีก่อน ๆ ราว 2-3 สัปดาห์
  • เยอรมนี: เผชิญความท้าทายเฉพาะตัวจากภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์ โดยที่เมืองโรเทนเฟลส์ ใกล้กับเมืองไทรเซนทางตะวันตกของประเทศ ต้องอพยพประชาชนราว 650 คน เนื่องจากไฟป่าลุกลามในพื้นที่ป่าที่เข้าถึงยาก นอกจากนี้ การมีวัตถุระเบิดที่ยังไม่ระเบิดตกค้างมาจากสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ทำให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงไม่สามารถเข้าไปดับไฟในพื้นที่โดยตรงได้ ต้องอาศัยการปิดกั้นเส้นทาง ระบบฉีดน้ำ แนวกันไฟ และหุ่นยนต์ดับเพลิงแทน
  • โครเอเชีย: บริเวณชายฝั่งทะเลเอเดรียติก อุณหภูมิสูง พืชพรรณที่แห้งแล้ง และลมกระโชกแรงได้กลายเป็นเชื้อเพลิงโหมกระหน่ำเปลวไฟ ในช่วงครึ่งแรกของปีมีไฟป่าเกิดขึ้นราว 2,800 ครั้ง ทำลายพื้นที่ไปมากกว่า 6,300 เฮกตาร์ ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว
  • กรีซ: ประเทศที่คุ้นเคยกับไฟป่าในฤดูร้อน ต้องต่อสู้กับไฟป่าและไฟพุ่มไม้หลายสิบแห่งแทบทุกวัน
  • อิตาลี: ความร้อนและภัยแล้งที่ลากยาวส่งผลให้พื้นที่ทางตอนใต้ รวมถึงเกาะซิซิลีและเกาะซาร์ดิเนีย ตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะเกิดไฟป่าขั้น รุนแรง ถึง รุนแรงมาก
  • โปรตุเกส: ไฟป่าในเมืองวูเซลาทางตอนกลางของประเทศ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 7 ราย ต้องอพยพประชาชนใน 2 หมู่บ้าน และเผาทำลายพื้นที่ไปมากกว่า 7,000 เฮกตาร์ ทั้งนี้ ด้วยจำนวนครั้งของไฟป่าและพื้นที่ความเสียหายเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2568 โปรตุเกสจึงได้ยกระดับระบบการตอบสนองต่อไฟป่าในพื้นที่ชนบทสู่ขั้นสูงสุด

มาตรการรับมือของภาครัฐ

รัฐบาลต่าง ๆ ทั่วทั้งยุโรปได้ตอบสนองต่อวิกฤตนี้ด้วยการเพิ่มความเข้มงวดของกฎระเบียบในการป้องกัน และเสริมสร้างความพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉิน

  • ฝรั่งเศส: ขยายการใช้โดรนและระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) พร้อมทั้งเพิ่มความเข้มข้นในการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ดับเพลิง
  • กรีซ: ยกระดับระบบเตือนภัยล่วงหน้า จำกัดการเข้าพื้นที่ป่า บังคับใช้มาตรการถางพืชพรรณที่เป็นเชื้อเพลิง และขยายการใช้โดรนร่วมกับระบบดาวเทียมตรวจจับที่ขับเคลื่อนด้วย AI
  • โปรตุเกส: สั่งห้ามใช้เครื่องจักรในพื้นที่ป่า ห้ามถางป่าด้วยใบมีดโลหะ และห้ามจุดพลุดอกไม้ไฟในช่วงที่มีความเสี่ยงสูง
  • อิตาลี: ประกาศใช้แผนรับมือคลื่นความร้อนแห่งชาติ ออกประกาศเตือนภัยความร้อนเป็นระยะ และยกระดับการเฝ้าระวังผู้เสียชีวิตจากความร้อนรวมถึงการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลฉุกเฉิน

คลื่นความร้อนระลอกล่าสุดนี้สะท้อนให้เห็นว่า ยุโรปกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่สภาพอากาศสุดขั้วในฤดูร้อนมาเยือนเร็วขึ้น ยาวนานขึ้น และบริหารจัดการได้ยากยิ่งขึ้น เมื่อความร้อน ภัยแล้ง และไฟป่าต่างทวีความรุนแรงและส่งผลกระทบซึ่งกันและกัน ปัจจัยเหล่านี้กำลังสร้างแรงกดดันมหาศาลต่อระบบสาธารณสุข โครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ซึ่งกลายเป็นความท้าทายที่เพิ่มขึ้นสำหรับรัฐบาลทั่วยุโรป

โดย ปนัยดา ปัทมโกวิท


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ