ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวไร้ทิศทางในวันนี้ โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้น ขณะที่ราคาน้ำมัน WTI ร่วงลง โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ได้แรงหนุนจากการโจมตีของสหรัฐในภาคใต้ของอิหร่าน รวมทั้งการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ขู่ใช้ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน หากการเจรจาประสบความล้มเหลว
ณ เวลา 21.18 น.ตามเวลาไทย ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือนก.ค. ลบ 3.02 ดอลลาร์ หรือ 3.13% สู่ระดับ 93.58 ดอลลาร์/บาร์เรล
ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ส่งมอบเดือนก.ค. บวก 3.67 ดอลลาร์ หรือ 3.82% สู่ระดับ 99.81 ดอลลาร์/บาร์เรล
ทั้งนี้ กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) แถลงในวันนี้ว่า หน่วยป้องกันภัยทางอากาศได้ยิงโดรน MQ-9 Reaper ของสหรัฐตกภายในน่านฟ้าของอิหร่าน
แถลงการณ์ของ IRGC ระบุว่า อิหร่านขอสงวนสิทธิ์อันชอบธรรมและเด็ดขาดในการตอบโต้ต่อการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ซึ่งอิหร่านและสหรัฐบรรลุข้อตกลงดังกล่าวในเดือนเม.ย.
นอกจากนี้ IRGC ระบุว่า หน่วยป้องกันภัยทางอากาศสามารถตรวจจับและติดตามเครื่องบินสอดแนมแบบ RQ-4 Global Hawk และเครื่องบินขับไล่ F-35 ที่รุกล้ำเข้ามาในน่านฟ้าของอิหร่าน ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมแทรกแซงและก้าวร้าวของกองทัพสหรัฐ และได้ยิงตอบโต้จนทำให้เครื่องบินดังกล่าวล่าถอยไป
แม้ IRGC ไม่ได้เปิดเผยวันที่เกิดการปะทะ แต่แถลงการณ์ดังกล่าวมีขึ้นเพียงหนึ่งวัน หลังจากกองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) ระบุว่า กองทัพสหรัฐได้โจมตีฐานยิงขีปนาวุธและเรือวางทุ่นระเบิดในภาคใต้ของอิหร่านเมื่อวานนี้
ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า การเจรจากับอิหร่านเพื่อยุติสงครามนั้น "กำลังดำเนินไปด้วยดี"
อย่างไรก็ดี เขาเตือนด้วยว่า สหรัฐอาจใช้ปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน หากการเจรจาประสบความล้มเหลว